ขันทองพยาบาท


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Suregada multiflorum (A. Juss.) Baill.

ไม้พุ่ม หรือไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 4-15 ม. เปลือกค่อนข้างเกลี้ยง

ใบ : หูใบ ยาวประมาณ 2 มม. หลุดร่วงง่าย ก้านใบ สั้น ยาวประมาณ 3-8 มม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก กว้าง 3-6 ซม. ยาว 9-14 ซม. ปลายแหลม โคนแหลมเป็นครีบ หรือมน ขอบเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นใบมี 5-9 คู๋ ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน มีต่อมน้ำมันหระจายไปทั่ว

ดอก : ออกเป็นช่อสั้นๆ ตรงข้ามกับใบ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ ก้านช่อดอกยาว 10-15 มม. แต่ละช่อดอกมี 5-10 ดอก ก้านดอกยาวประมาณ 5 มม. มีขนละเอียด ดอกตูมรูปกลม มีขน มีกลีบเกลี้ยงกลมๆ 5 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 มม. ขอบกลีบและด้านนอกมีขน เกสรเพศผู้มี 35-50 อัน ติดอยู่บนจานฐานดอกนูนและมีต่อม ดอกเพศเมีย มีกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่มี 3 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียสั้น ปลายแยกเป็น 2 แฉก

ผล : กลม มี 3 พู แห้งแตก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. มีเนื้อผลนุ่ม สีเขียว สุกสีเหลือง

เมล็ด ค่อนข้างกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7-8 มม. เปลือกมีรอยบุ๋มตื้นขนาดใหญ่

ชื่อวงศ์ : Enphorbiaceae

สรรพคุณทางสมุนไพร : เปลือกทำให้ฟันทน และเป็นยาถ่าย แก้โรคตับพิการ แก้พิษในกระดูก โรคผิวหนัง ฆ่าพยาธิ แก้โรคเรื้อน มะเร็ง กลากและเกลื้อน เนื้อไม้มีรสเบื่อเมา แก้ลมพิษ แก้ไข้ แก้กามโรค

นิเวศวิทยา : ขันทองพยาบาทขึ้นในป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือป่าสลัดใบ ขึ้นได้สูงไม่เกิน 600 ม. พบในทุกภาคของประเทศ พบที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ น่าน ลำปาง แพร่ ตาก นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย อุดรธานี ภาคตะวันออก จังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ภาคตะวันตกเฉียงใต้ จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง จังหวัดสระบุรี กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงใต้ จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ภาคใต้ จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ สงขลา สตูล ปัตตานี นราธิวาส เขตการกระจายพันธุ์ ประเทศอินเดีย พม่า อินโดจีน คาบสมุทรมาเลเซีย

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้