ชุมเห็ดเทศ (Ringworm Bush)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Senna alata (L.) Roxb.

เป็นไม้พุ่ม อายุหลายปี ต้นสูง 2 – 3 เมตร

ใบ : ประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อย 7 – 14 คู่ รูปไข่กลับหรือรูปขอบขนาน ปลายมน มีติ่งแหลม โคนใบเบี้ยว

ดอก : ช่อดอกออกที่ปลายยอด ชูตั้งขึ้นยาว 30 – 60 ซม. ดอกสีเหลืองสด ผลิบานในช่วงฤดูหนาว

ผล : เป็นฝัก ยาว 10 – 20 ซม. มีเหลี่ยมเป็นสันปลายแหลมโค้งงอ เมื่อแก่มีสีดำและแตกตามแนวสัน

เมล็ด : ภายในฝักมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก

ชื่อวงศ์ : Leguminosae

ประโยชน์ : ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อนนำมาลวก ต้มจิ้มน้ำพริกหรือกินกับอาหารรสจัด มีรสมัน อาจนำมาประกอบอาหาร เช่น แกงส้ม แกงคั่วเช่นเดียวกับขี้เหล็ก หรือนำมาดองกับเกลือหนึ่งคืน รุ่งขึ้นใส่น้ำชาวข้าวหรือน้ำมะพร้าวห้าว คืนที่สามจะมีรสเปรี้ยว นำมากินกับน้ำพริก แต่ดอกจะมีให้กินในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น นอกจากนี้บางท้องถิ่นยังนำชุมเห็ดไทย [S. tora (L.) Roxb.] มากินเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกเช่นกัน แต่มีกลิ่นแรงกว่าชุมเห็ดเทศ

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใบและเมล็ดมีสารแอนทราควิโนน (anthraquinone) ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ และช่วยถ่ายพยาธิเพียงนำดอกชุมเห็ดเทศสด 1 – 3 ช่อ หรือใบสด 8 – 12 ใบ ล้างให้สะอาด หั่นตากแห้งหรือย่างไฟให้เหลืองนำมาต้มหรือชงน้ำดื่ม เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มครั้งละ 1 แก้ว จะช่วยระบายท้องได้ แต่ไม่ควรกินมากเกินไปจะทำให้ท้องเสีย หรือนำใบสด 3 – 4 ใบ ตำให้ละเอียด เติมเกลือและน้ำเล็กน้อย หรือผสมกับกระเทียมสัดส่วนเท่า ๆ กัน ผสมปูนแดง ตำให้เข้ากัน ใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน โดยขูดผิวที่เป็นเบา ๆ แล้วทาวันละ 2 ครั้ง จนหาย หรือนำใบและก้านสดมาต้มน้ำให้พอท่วม เคี่ยวให้เหลือหนึ่งสาม ใช้ล้างบาดแผลพุพองเรื้อรังทุกวัน เช้า – เย็น จนกว่าจะหาย

การขยายพันธุ์ : ชุมเห็ดเทศชอบดินชุ่มชื้นตามริมตลิ่ง มีแสงแดดจัด แข็งแรงทนทาน และโตเร็ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หลังเพาะประมาณ 10 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก เมื่อต้นกล้ามีอายุ 25 – 35 วัน ก็ย้ายปลูกในบริเวณที่ต้องการได้ หรือโรยเมล็ดลงในบริเวณที่ปลูกเลยก็ได้

นิเวศวิทยา : มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นอยู่ทั่วทุกภาคของไทย

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้