ประดู่ (Padauk)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Pterocarpus macrocarpus Kurz

ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-30 เมตร ลักษณะโดยรวมของประดู่บ้านและประดู่ป่าใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ลำต้นของประดู่ป่าตั้งตรง

ประดู่ป่า เปลือกต้นมีสีน้ำตาลออกดำ แตกสะเก็ตเป็นร่องๆทั่วลำต้น กิ่งก้านอ่อนมีขนนุ่มทั่วไป ส่วนกิ่งแก่มีผิวเกลี้ยง แตกตั้งขึ้นไปเป็นเรือนยอดพุ่มกลมคล้ายร่ม

ประดู่บ้าน พุ่มใบแผ่กว้าง ปลายกิ่งยาวห้อยระย้า แผ่รอบลำต้น ใบป้อมเป็นมัน ช่อดอกประดู่ป่าแมม้จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ก็ออกดอกไม่ดกเท่าประดู่บ้านดอก ออกเป็นช่อสีเหลือกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลีบดอก 5 กลีบ รูปดอกถั่ว แบ่งบานพร้อมกัน 3-5  วันในช่วงฤดูร้อน ราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคม

ผล ของประดู่ป่าและประดู่บ้านเป็นฝักกลมแบนแข็ง มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วไป มีปีกรอบเมล็ด ดูคล้ายจานบินขนาดจิ๋ว เด็กๆสมัยก่อนชอบเด็ดผลประดู่มาเล่นเป็นขนมใส่กระทงขาย บ้างก็นำมาใช้แทนเหรียญเล่นซื้อขายของกัน

วิธีปลูกและดูแลรักษา ประดู่เป็นไม้ที่เจริญเติบโตเร็วและให้ร่มเงาได้ดี ควรปลูกในดินร่วนซุย บริเวณกลางแจ้งที่มีแสงแดดจัด ชอบน้ำปานกลาง เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคต่างๆ ทั้งยังตนต่อสภาพธรรมชาติได้ดี ควรมีบริเวณกว้างหน่อย เพราะประดู่โตเร็วมาก พุ่มใบทึบและแตกกิ่งก้านสาขาแผ่กว้าง ต้องคอยตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอ

ชื่อวงศ์ : Leguminosae – Paplilionoideae

ประโยชน์ : ให้ร่มเงาได้ดี มีกลิ่นหอม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามสวน ริมรั้ว ริมถนน ใบอ่อนๆและดอก ใช้กินเป็นอาหาร ไม้ประดู่ มีเนื้อละเอียด ทนทานแข็งแรง บางต้นมีลวดลายสวยงาม ไสกบแต่งและชักเงาได้ดี จึงนิยมนำมาทำเครื่องดนตรีไทย เช่น ระนาด บ้างก็นำมาทำอุปกรณ์การเกษตร ของตกแต่งบ้าน ทำเสา พื้นรอด สร้างบ้าน สิ่งของที่รับน้ำหนักมากๆ และใช้งานก่อสร้างทั่วไป แก่นของต้นประดู่ให้สีแดงคล้ำ ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาล ย้อมผ้าได้

สรรพคุณทางสมุนไพร : แก่นเนื้อไม้ รสฝาดขม ต้มดื่มแก้เลือดกำเดาไหล แก้เสมหะ เปลือกต้น น้ำต้มจากเปลืกต้นประดู่กินแก้ท้องเสีย บิด บำรุงร่างกาย เมล็ด ปรุงเป็นยาทำให้อาเจียน ใบ ใช้ตำพอกแผล พอกฝีหรือหนองให้สุกเร็วยิ่งขึ้น ชงกับน้ำใช้สระผม แก้ผดผื่นคันได้

ต้นไม้สัญลักษณ์ : ดอกประดู่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และ จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนต้นประดู่เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต ประดู่เป็นไม้โบราณที่มีการกล่าวถึงในพุทธประวัติว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จฯกลับจากเทศนาพระเจ้าสุทโธทนะแล้ว ได้เสด็จฯพร้อมพระอานนท์ พระราหุล และพระสาวกสู่กรุงราชคฤห์ ประทับ ณ สีสปาวัน ซึ่งมีความหมายว่าป่าประดูลายนั่นเอง ประดู่จึงถือเป็นต้นไม้มงคลต้นหนึ่งในศาสนาพุทธ นอกจากนี้ความหอมของดอกและลักษณะการบานของดอกประดู่ซึ่งบานพร้อมเพรียงกันทั้งต้น ทำให้คนโบราณใช้ต้นประดู่เป็นดอกไม้ประจำกองทัพเรือแทนความหมายและสัญลักษณ์ว่า “พร้อมใจกันเบ่งบานด้วยความสามัคคี” คนโบราณนิยมปลูกต้นประดู่ไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อได้ร่มเงาใช้ช่วยบังแดดยามบ่าย ถือเป็นไม้มงคลที่ควรปลูกประจำบ้าน ด้วยความเชื่อว่า ก่อให้เกิดพลังแห่งความยิ่งใหญ่ รวมเป็นหนึ่งเดียว เพราะประดู่คือความพร้อม ความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ บ้านใดปลูกต้นประดู่เชื่อว่าคนในบ้านจะมีความสามัคคีกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งและรักใคร่กลมเกลียวกัน ประดู่บ้านถือเป็นไม้มงคลประจำจังหวัด ภูเก็ต ประดู่ป่าถือเป็นไม้มงคลประจำจังหวัดชลบุรีและกองทัพเรือ

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

นิเวศวิทยา : เป็นไม้บิกนำที่ดี พบขึ้นทั่วไปตามป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้ง กำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้