ผักชีลาว (Dill)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Anethum graveolens L.

เป็นไม้พุ่ม ต้นสูง 60 – 70 ซม. ลำต้นกลวง ทุกส่วนของต้นเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอม

ใบ : มีใบหยักเว้าเป็นเส้นฝอยเล็ก ๆ

ดอก : ช่อดอกจะผลิจากปลายยอดในช่วงฤดูร้อน เป็นช่อซี่ร่ม ดอกเล็ก สีเหลืองสด

ผล : เป็นรูปไข่คล้ายตาตั๊กแตน จึงมีชื่อว่า “เทียนตาตั๊กแตน”

ชื่อวงศ์ : Apiaceae

ประโยชน์ : เป็นผักที่นิยมกันในกลุ่มชาวลาวและชาวอีสานสมชื่อ ยอดอ่อนนิยมกินเป็นผักสดกับส้มตำ ลาบ น้ำพริกปลาร้า แกงเนื้อ หรือใส่ในแกงอ่อมทุกชนิด โดยเฉพาะอ่อมปลา แกงหน่อไม้ และห่อหมก จะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี มีรสขม เผ็ดเล็กน้อย ให้ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ และวิตามินบี 1 สูง นอกจากยอดใบอ่อนแล้วอาจนำดอกมาโรยบนอาหารแทนผักชีได้ อีกทั้งเมล็ดแห้งของผักชีลาวก็ใช้เป็นเครื่องเทศ ช่วยดับกลิ่นคาวได้ ซึ่งจากการวิจับพบว่า มีปริมาณของน้ำมันหอมระเหยที่เรียกว่า “น้ำมันเทียนตาตั๊กแตน” 1.2 – 7.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในประเทศแถบสแกนดิเนเวียและประเทศเยอรมนีนิยมนำเมล็ดมาบดเพื่อใส่ในอาหาร

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใช้เป็นยาบำรุงธาตุและแก้เสมหะพิการ เมล็ดแก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ไข้ แก้ลมวิงเวียน ซึ่งเชื่อว่าทำให้ง่วงนอน บางท้องถิ่นนำเมล็ดผักชีลาว 1 หยิบมือ ใส่ถ้วยชงน้ำเดือด ชงทิ้งไว้ 5 – 10 นาที กรองเมล็ดออกเหลือแต่น้ำ ให้เด็กที่มีอาการร้องสามเดือนดื่มก่อนให้นมหรือเวลาร้องไห้ จะช่วยให้หลับง่าย แก้ท้องอืดเฟ้อ ในประเทศจีนนิยมใช้เป็นยาขับลม บำรุงธาตุ และกระตุ้นน้ำนม เกร็ด ผักชีลาวมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Dill ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษานอร์เวย์ว่า Dilla หมายถึงการกล่อมเด็ก เพราะสรรพคุณที่ช่วยย่อยอาหารได้ดี จึงแก้ปวดท้องและทำให้เด็กหลับง่าย มีบันทึกว่าผักชีลาวเป็นผักแห่งปัญญา ช่วยบำรุงสมอง ในต่างประเทศนำเมล็ดมาสกัดน้ำมันเพื่อทำเครื่องหอม เครื่องสำอาง สบู่ ครีม หรือแต่งกลิ่นเครื่องดื่มต่าง ๆ

การขยายพันธุ์ : ผักชีลาวชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงครึ่งวันหรือตลอดวัน และเนื่องจากมีถิ่นกำเนินในเขตหนาวจึงชอบอากาศเย็น โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน ในกรุงเทพฯ ปลูกได้แต่ไม่สวยงามนัก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หลังจากหว่านเม็ดไว้ 2 – 3 สัปดาห์ เมล็ดจะงอกเป็นต้น เติบโตจนผลิดอกออกผลภายในหนึ่งปีก็จะตายไป ถ้าต้องการเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูก ควรเก็บเมล็ดที่แก่จัดมาปลูกใหม่ หรือใช้วิธีปักชำก็ได้เช่นกัน

นิเวศวิทยา : มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้