มะยม (Gooseberry Tree, Star Gooseberry)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Phyllanthus acidus (L.) Skeels

ภาคอีสานเรียกว่า หมากยม ภาคใต้เรียกว่า ยม ไม่ต้นผลัดใบ ขนาดเล็กสูง 8-10 เมตร เปลือกต้นสีเทา มีปุ่มขนาดเล็กกระจายทั่วไป

ใบ : เดี่ยว เรียงสลับบนกิ่งเล็กๆ ซึ่งเรียงเวียนเป็นกระจุก แต่ละก้านมีใบย่อย 20 – 30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ

ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกเล็ก ๆ ตามกิ่งและลำต้น ดอกแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกสีเขียวอ่อนหรือสีชมพูอมแดง ออกดอกตลอดปี

ผล : สีเหลืองอมเขียว รูปร่างกลมแป้นขนาด 1-2 ซม. มีเนื้อฉ่ำน้ำ คุณค่าทางภูมิสถาปัตกรรม: แตกกิ่งแผ่กว้าง เรือนยอดโปร่ง ปลูกเป็นไม้ผลและไม้มงคลตามบ้าน เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด

ข้อควรระวัง  รากมะยมมีพิษ  ใช้เป็นยาเบื่อสัตว์ได้  โดยตำผสมกับอาหาร  ถ้าคนกินจะเกิดอาการเมา  คลื่นเหียนอาเจียนได้

เกร็ด  มะยมเป็นไม้มงคลที่ควรปลูกในทิศตะวันตก  จะทำให้มีคนนิยมชมชอบ  มีเมตตามหานิยม  ในงานพิธีต่าง ๆ มักนำใบมะยมมามัดรวมกันและใช้ประพรมน้ำมนต์  ถ้ารูดใบออกให้เหลือแต่ก้านก็ตีเจ็บนักแล  บ้างก็ใช้ในพิธีทางไสยศาสตร์เพื่อให้คนรักใคร่  โดยนำเนื้อไม้มะยมมาแกะสลักเป็นตุ๊กตาเล็ก ๆ คู่กับตุ๊กตาที่ทำจากไม้รัก  ใส่ในขวดเล็ก ๆ แช่น้ำมันจันทน์  แล้วนำมาปลุกเสก

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

ประโยชน์ : ยอดอ่อนที่มีสีแดงเรื่อมีรสฝาดมัน กินกับน้ำพริก ส้มตำ ลาบ อาหารรสจัดต่าง ๆ หรือนำมาชุบแป้งทอด ให้ฟอสฟอรัสและวิตามินซีสูง ชาวญวนใช้ใบมะยมสดมาห่อแหนมก่อนห่อด้วยใบตอง เพราะทำให้มีรสเปรี้ยวช้า เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น ส่วนผลมีในช่วงปลายฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน ใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว เช่น แกงคั่ว หรือใส่ในส้มตำแทนมะละกอ และกินเป็นผลไม้ ถ้ามีมาก นำมาเชื่อม ดอง กวน ทำแยม กินเป็นขนม หรือทำเครื่องดื่ม ให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซีพอสมควร

สรรพคุณทางสมุนไพร : ส่วนต่างๆนำมาปรุงเป็นยาได้ ดอก นำมาต้ม กรองเอาแต่น้ำ ใช้ล้างตาได้ ผลทั้งดิบและสุก รสเปรี้ยว รับประทานแก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง ใบสด ต้มเอาแต่น้ำดื่ม ขับเสมหะ บำรุงประสาท และหากนำใบสดมาต้มรวมกับหมากผู้หมากเมียและใบมะเฟือง ใช้แก้หวัด เปลือกต้นสด ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ทับระดู หรือเอามาต้มน้ำอาบแก้ผดผื่นคัน รากสด ต้มเอาน้ำดื่ม แก้โรคผิวหนัง ขับน้ำเลหือง

ต้นไม้สัญลักษณ์ : คำว่า “ยม” ของต้นมะยมเป็นคำพ้องรูป พ้องเสียง มีความหมายแปลว่า “นิยม” มะยมจึงเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล คนโบราณนิยมปลูกต้ยมะยมเพราะเชื่อว่าปลูกแล้วจะมีคนนิยมชมชอบ ในตำราพรหมชาติฉบับหลวงระบุว่า คสรปลูกต้นมะยมไว้ทางทิศตะวันตกของบ้านจะช่วยป้องกันผีร้ายไม่ให้มารบกวน บางตำรากล่าวว่าปลูกทางทิศใต้ของบ้านก็ได้ แต่ควรเป็นหน้าบ้านเพื่อให้คนนิยมชมชอบ ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้นมะยมมีผลดกมาก น่าชมน่ามอง

การขยายพันธุ์ : มะยมชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงแดดตลอดวัน ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งหรือเพาะเมล็ด

นิเวศวิทยา : เชื่อกันว่าเป็นพืชพื้นเมืองของมาดากัสการ์ ปัจจุบันปลูกทั่วไปในประเทศเขตร้อน เติบโตได้ดีทุกชนิด แต่ชอบดินร่วน น้ำไม่ท่วมขัง

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้