โมก


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Wrightia religlosa Benth ex. Kurz

ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นกลมเรียบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเรียบ มีจุดเล็กสีขาวทั่วลำต้น แตกกิ่งสาขาไม่เป็นระเบียบ กิ่งค่อนข้างเปราะ ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว

ใบ : เป็นใบเดี่ยว รูปรีถึงรูปไข่ ปลาบใบแหลม แผ่นใบบาง ช่อดอกออกตามซอกใบ

ดอก : ดอกเล็กๆสีขาว มีทั้งชนิดดอกลาและดอกซ้อน ดอกห้อยลง มีกลีบดอก 5 กลีบ ก้านดอกเล็กเรียวยาวห้อยลง ทำให้ดอกโมกดูคล้ายกระดิ่งเล็กๆสีขาวทั้งต้น ดูน่ารัก สวยงามยิ่งนัก และยังส่งกลิ่นหอมให้เย็นชื่นใจอีกด้วย

ผล : เป็นฝักคู่โค้งเข้าหากัน ภายในมีเมล็ดรูปกระสวยจำนวนมาก ปลายเมล็ดมีขนสีขาวปุย

วิธีการปลูกและดูแลรักษา : โมกเจริญได้ดีในดินแทบทุกชนิด เลี้ยงง่าย มีหลายพันธุ์ ทั้งโมกลา โมกซ้อน โมกแคะ โมกใบด่าง ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงตลอดวัน ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป เพราะสามารถนำมาดัด ตัดแต่งเป็นพุ่มไว้ปลูกตามมุมบ้าน มุมสวนต่างๆหรือเลี้ยงเป้นไม้แคระ บอนไซ

ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ต้นไม้สัญลักษณ์ : โมกในที่นี้เป็นคำพ้องเสียงกับโมกขหรือโมกข์ มีความหมายว่า ความหลุดพ้นนิพพาน หรือผู้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ดอกมีสีขาวสะอาดและส่งกลิ่นหอมบริสุทธิ์ ทั้งชื่อไพเราะและความหมายดี โมกจึงถือเป็นต้นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่คนโบราณเชื่อว่า หากปลูกโมกไว้ประจำบ้านทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะทำให้คนในบ้านมีแต่ความสุข สงบ หลุดพ้นจากความทุกข์ และรอดพ้นจากพิษของสัตว์ต่างๆ รวมถึงภัยอันตรายใดๆมิให้กล้ำกรายเข้ามาในบ้าน

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่งหรือปักชำ

นิเวศวิทยา : มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน พบทั่วไปในป่าดงดิบและป่าละเมาะ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้