ไพล


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Zingiber montanum (Koenig) Link ex Dietr.

เป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เจริญเติบโตเช่นเดียวกับขิง มีเหง้าขนาดใหญ่ทอดเลื้อยใต้ดิน เนื้อเหง้าสีเหลืองอมเขียวและมีกลิ่นหอม ต้นสูงได้ถึง 1.50 เมตร

ใบ : รูปใบหอกแคบเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ปลายเรียวแหลม

ดอก : ช่อดอกออกจากเหง้าใต้ดินติดกับลำต้นเหนือดิน มีกลีบประดับ สีม่วงแดงเรียงซ้อนกันแน่น ปลายกลีบแหลม ภายในมีดอกย่อยสีเหลือง ทยอยบานจากโคนช่อไปยังปลายช่อ

ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae

ประโยชน์ : หน่ออ่อน เหง้าอ่อน และช่อดอกอ่อน กินเป็นผักสดหรือต้มจิ้มน้ำพริก โดยลอกกลีบประดับและดอกที่บานแล้วออก แกะเฉพาะดอกภายในกินกับน้ำพริก อาหารรสจัด หรือซอยใส่ในแกงเผ็ดต่าง ๆ ส่วนใบอ่อนกินสดร่วมกับอาหารเช่นกัน ช่วยดับกลิ่นคาวและทำให้เจริญอาหาร มีเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น

สรรพคุณทางสมุนไพร : เหง้าช่วยขับระดูให้หญิงหลังคลอด แก้เหน็บชา แก้ปวดท้อง ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องเสีย สำไส้อักเสบ แก้ปวดฟัน โรคผิวหนัง ใช้ทาแผลป้องกันการติดเชื้อ ช่วยสมานแผล แก้เลือดกำเดาไหล ปัจจุบันมีการผลิตเป็นครีมสำหรับทาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ใบแก้ไข้ ดอกแก้ช้ำใน ช่วยขับระดู นอกจากนี้ชาวไทยทรงดำ (ลาวโซ่ง) บดเหง้าแห้งเป็นผง ชงน้ำดื่มบำรุงเลือด หรือตำผสมกับสุราทาแก้ปวดขา พอกแก้ฟกช้ำ แก้สิว หรือหั่นเป็นแว่นร้อยข้อมือเด็กเพื่อกันผี

การขยายพันธุ์ : ไพลชอบดินปนทราย ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดครึ่งวัน นิยมขยายพันธ์ในฤดูร้อนถึงฤดูฝน โดยการแยกเหง้าที่มีรากติดมาปลูก ตัดลำต้นเหนือดินทิ้ง วางให้ด้านที่แตกหน่อตั้งขึ้น กลบดินให้พอแน่น รดน้ำสม่ำเสมอ ถ้าต้องการนำเหง้ามาใช้ประโยชน์ควรขุดหลังจากปลูกแล้ว 10 เดือน

นิเวศวิทยา : กระจายพันธุ์ในเขตร้อนของเอเชีย

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ tag หรือ attribute ต่อไปนี้ของ HTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> มาใช้ได้