กะเม็งตัวเมีย

ชื่ออื่น: คะเม็ง, ห้อมเกี้ยว, ล้อม (เหนือ), ใบลบ (ใต้), กะเม็งตัวเมีย, หญ้าสับ (เหนือ), บั้งกีเช้า (จีน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Eclipta Alba (L.) Hassk

ชื่อวงศ์: COMPOSITAE

เป็นไม้ล้มลุก

ลำต้น: ตั้งตรง สูงประมาณ 1-2 ฟุต

ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน เป็นคู่ๆรูปหอกแคบยาวเรียว ริมใบหยักฟันเลื่อย ผิวเกลี้ยง ไม่มีก้าน ปลายแหลม

ดอก: ดอกช่ออัดกันแน่นเป็นกระจุกรูปหัวแหวนทรงกลม สีขาว

ผล: รูปลูกข่างสีดำ ปลายมีระยางค์เป็นเกล็ดยาว 3 มม.

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ที่รกร้างว่างเปล่า ตามไร่นาทั่วไป

ขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ต้น รสขมเฝื่อนเย็น แก้ลมให้กระจาย แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้โลหิตซึ่งทำให้ร้อน ห้ามเลือด บำรุงโลหิต แก้โรคโลหิตจาง แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด แก้ไอกรน แก้ริดสีดวงทวาร แก้เจ็บคอ ใช้ทาพอกแก้ผื่นคัน แก้ฝีพุพอง รักษาแผลตกเลือด
  • ใบ รสขมเฝื่อน เป็นยาถ่าย ทำให้อาเจียน แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้จุกเสียดแน่น
  • ราก รสขมเฝื่อน ขับลมในลำไส้ แก้อาเจียนเป็นเลือด บำรุงร่างกาย แก้โรคตับและม้ามพิการ ใช้ทาแผลฆ่าเชื้อ
  • ดอก รสขมเฝื่อน แก้ดีซ่าน เป็นยาชาเฉพาะที่ ระงับปวด เคี้ยวอม แก้ปวดฟัน
  • ลูก รสขมเฝื่อน ขับผายลม

กะเพราป่า

ชื่ออื่น: กะเพราใหญ่, กะเพราญวน, จันทน์ขาว, จันน้อย (เหนือ), ยี่หร่า (ปราจีนบุรี), เนียมต้น, โหระพาช้าง (ใต้), จันขี้ไก่

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ocimum gratissimum Linn

ชื่อวงศ์: LABIATAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก

ต้นและใบ: ต้นและใบเหมือนกะเพราบ้าน แต่โตกว่า ใลเดี่ยวคล้ายใบตำแยตัวเมีย ใบและต้นสีเขียว ใช้ปรุงอาหารได้เหมือนกะเพราบ้านด้วย

ดอก: ดอกช่อสีเขียว เรียงกันเป็นชั้นถี่ๆ ตั้งชูเหนือต้น

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ทั้งต้น รสเผ็ดปร่าหอม บำรุงธาตุ ขับโลหิตให้เดินทั่วกาย แก้ลมพิษ แก้อาเจียน แก้เสมหะและลมเป็นพิษ แก้ปวดท้อง ขับลมลำไส้

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขา และที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป

กะทกรก

ชื่ออื่น: เสาวรส, เถาสิงโต (ชัยนาท), รกฟ้า, กระโปรงทอง (ใต้), รกช้าง (พังงา), ผักแคบฝรั่ง (ศรีราชา), ละพุยาบี (มลายุ), เถาเงาะ, อังนก

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Passiflora foetida Linn.

ชื่อวงศ์: PASSIFLORACEAE

เป็นไม้เถาขนาดเล็ก มีขนอ่อนๆปกคลุม

ใบ: ใบเดี่ยวเป็นรูปหัวใจ ปลายแยกเป็นสามแฉก

ดอก: ดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยงเป็นร่างแหสีเขียว ดอกสีขาว โคนเกสรสีม่วง

ผล: ผลกลม เปลือกโปร่ง เมื่อแก่มีสีส้ม

เมล็ด: เมล็ดสีดำ เนื้อหุ้มเมล็ดรสหวานอมเปรี้ยว

สรรพคุณทางสมุนไพร: ทั้งต้นเป็นพิษ ต้องต้มก่อนกิน

  • ใบ รสเมาเบื่อ ตำพอกฆ่าเชื้อบาดแผล แก้โรคผิวหนัง หิด
  • ทั้งต้น รสเมาเบื่อ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้บวม
  • ลูก ลูกสุกรสหวานเย็น แก้ปวด บำรุงปอด ลูกดิบ รสเมาเบื่อ
  • ดอก รสเมา ขับเสมหะ แก้ไอ
  • พิษ ต้นสดทั้งต้น รสเมาเบื่อ มีสารพิษ Cyanogenetic glycoside ทำให้ตายได้ พิษจะสลายตัวเมื่อถูกความร้อน

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดอยู่ตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป

กรุงเขมา

ชื่ออื่น: วุ้นหมอน้อย (กลาง), ขงเขมา, พระพาย (เหนือ), หมาน้อย (อีสาน), ก้นปิด (ใต้), สีฟัน (เพชรบุรี), อะกามินเยาะ (ยะลา)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Cissampelos pareira Linn.

ชื่อวงศ์: MENISPERMACEAE

เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดกลาง

ใบ: ใบเดี่ยว รูปหัวใจ มีขนปกคลุม ก้นใบปิด เหมือนต้นก้นปิด ไม่มีขน ใบเมื่อนำมาขยำกับน้ำทิ้งไว้จะแข็งตัวเหมือนวุ้น

ดอก: ดอกตัวผู้และตัวเมียแยกจากกัน มีขนาดเล็ก สีเขียว

เมล็ด: เมล็ดโค้งเหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ราก รสเย็นหอมสุขุม แก้ไข้ แก้ดีรั่ว ดีล้น ดีซ่าน เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงอวัยวะเพศให้แข็งแรง แก้ลม โลหิต กำเดา แก้โรคตา ขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีฤทธิ์เท่ากับ                      d-tubocurarine
  • ใบ ใช้ทาแก้โรคผิวหนัง หิด

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ดหรือแยกหน่อ

นิเวศวิทยา: เกิดอยู่ตามที่รกร้างว่างเปล่าในป่าเขาทั่วไปในเขตร้อน

กอมขม

ชื่ออื่น: ดีงูต้น, ตะพ๊านก๊น (เชียงใหม่), กะลำเพาะต้น, หมาชล, ดำ, หยีน้ำเล็ก, กอมขมดำ, หมากกอม (เหนือ), มะปอจอ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), เนียปะโจะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Picrasma javanica Blume

ชื่อวงศ์: SIMARUBACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง

ใบ: ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับกัน ใบย่อยรูปหอกขอบขนาน ปลายและโคนแหลม ขอบใบเรียบ เป็นคลื่น กว้าง 1-2 นิ้ว ยาว 3-4 นิ้ว สีเขียวแก่

ดอก: ดอกช่อแบนสีขาว แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน

ผล: ผลกลมมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วคล้ายลูกมะเกลือหรือตะโกแต่เล็กกว่า

เปลือก: เปลือกต้นสีหม่น มีกระขาวตลอดต้น

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • เนื้อไม้ รสขมแก้ไข้จับสั่น แก้ไข้ตัวร้อน
  • เปลือกต้น รสขมจัด แก้ไข้จับสั่น ไข้ป้าง ไข้ทุกชนิด มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดอยู่ตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณทั่วไป

กันเกรา (Tembusu)

ชื่ออื่น: มันปลา (อีสาน), ตาเตรา (เขมร), ตำเสา, ทำเสา (ใต้), ตำมะซู (มลายู), ปันปลา (กบินทร์)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Fagraea fragrans Roxb.

ชื่อวงศ์: POTALIACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง

ใบ: ใบเดี่ยว คล้ายใบพิกุลแต่บางและยาวกว่า สีเขียว ใบอ่อน สีตองอ่อน ผิวมันเงา

ดอก: ดอกเป็นช่อ สีเหลืองส้ม กลิ่นหอมเข้ม

ผล: ผลกลมสีแดง

สรรพคุณทางยา: 

  • แก่น รสมันฝาดขม บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ บำรุงไขมัน เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ไข้จับสั่น มองคร่อ หืด ไอ แก้ริดสีดวง แก้ท้องมาน แก้ลงท้อง มูกเลือด แก้แน่นอก บำรุงม้าม ขับลม แก้โลหิตพิการ แก้ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนังและร่างกาย

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเบญจพรรณ

กระแจะ

ชื่ออื่น: กะแจะ, คงคราน, ตานเหลือง, ตานนกกด, ตาชีบ้าง, ช้างน้าว, ช้างสารซับมัน (ใต้)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ochna wallichii Planch

ชื่อวงศ์: OCHNACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่

ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่ปลายแหลม

ดอก: ดอกสีเหลืองส้ม ขนาด 1.5-3 เซนติเมตร เป็นช่อ ออกดอกในช่วงผลัดใบ พร้อมกับออกใบอ่อน

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • เปลือกต้น รสขม แก้ไข้ขับผายลม บำรุงดวงจิตให้แช่มชื่น
  • ผล รสมันสุขุม บำรุงร่างกาย
  • เนื้อไม้ รสจืดเย็น แก้กระษัย แก้โลหิตพิการ ดับพิษร้อน

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณในเขตร้อน

กระวานเทศ, ลูกเอ็น (Cardamon)

ชื่ออื่น: กระวานขาว, กะวาน, ลูกเอ็น, ลูกเอ็ล

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Elettaria cardamomum Maton.

ชื่อวงศ์: ZINGIBERACEAE

ลำต้น: ต้นแบน สูง 1.5-3.6 เมตร มีกาบหุ้มลำต้น

ใบ: ใบรูปหอก

ดอก: ดอกเป็นหลอด พองออกเป็นกระเปาะสีขาวแกมเขียว เป็นช่อทรงพุ่ม ออกจากเหง้าที่ติดอยู่กับดิน

ผล: รูปไข่หัวท้ายแหลม โตขนาดปลายนิ้วก้อย ในผลจะมีเมล็ดสีน้ำตาลอมดำอัดกันเป็นกลุ่ม

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ใบ รสเผ็ด เป็นยากระตุ้น ขับลมลงสู่เบื้องล่าง แก้ไข้เซื่องซึมลดไข้
  • เหง้า รสเผ็ด ขับพยาธิที่อยู่ในเนื้อให้ออกมาทางผิวหนัง
  • ราก รสเผ็ดร้อน ขับเลือดที่เน่าเสีย
  • ผล รสเผ็ดร้อน บำรุงธาตุ กระจายโลหิต เสมหะ ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้อาการเกร็งของลำไส้

การขยายพันธุ์: ด้วยวิธีแยกกอ

นิเวศวิทยา: เกิดในป่าดงดิบเขาสูง นำเข้าจากเมืองเมเลบา ประเทศอินเดียและศรีลังกา

กระพี้เขาควาย

ชื่ออื่น: กระพี้, เกล็ดเขาควาย, เกล็ดดำ, เวียด (เหนือ), บี้พง, จักจั่น, อีเม็ง, กำพี้ (หล่มสัก)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Dalbergia cultrata Grah

ชื่อวงศ์: PAPILIONEAE

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่

ใบ: ใบเดี่ยว เรียวเล็กยาวปลายแหลม

ดอก: ดอกช่อแน่นดก ฐานดอกสีม่วงแดง กลีบดอกสีชมพู คล้ายดอกมะเฟือง

เนื้อไม้: เนื้อไม้เป็นชั้นๆ คล้ายเขาควาย สีเหลืองเข้ม

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • เนื้อไม้ รสจืดเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้กลับ ถอนพิษสำแดง แก้ร้อนใน

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณทั่วไป

 

กระบือเจ็ดตัว

ชื่ออื่น: บัวลา (เหนือ), กระทู้เจ็ดแบก, ใบท้องแดง, กระเบือ (โคราช), กำลังกระบือ, ลิ้นกระบือ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Excoecaria cochinchinensis Lour.

ชื่อวงศ์: EUPHORBIACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม

ต้น: ต้นสูงประมาณ 4-5 ฟุต

ใบ: คล้ายใบพิกุล หน้าใบสีเขียว เป้นมัน ท้องใบสังแดงเข้ม

ดอก: ดอกเล็กสีเหลือง ออกเป็นช่อ

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ใบ รสร้อนเฝื่อนขื่น ตำผสมเหล้าขาวคั้นเอาน้ำดื่ม แก้สันนิบาตหน้าเพลิง ขับโลหิตร้าย แก้สันนิบาตเลือด ขับน้ำคาวปลาหลังการคลอด แก้อักเสบบริเวณปากมดลูก

การขยายพันธุ์: ปักชำหรือกิ่งตอน

นิเวศวิทยา: ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ทุกภาค