ขัดมอน

ชื่ออื่น: คัดมอน

ชื่อวงศ์: MALVACEAE

มีหลายสายพันธุ์อยู่ในวงศ์เดียวกัน คือ

1. ขัดมอน, หญ้าขัด (เหนือ), ขัดมอนตัวผู้, อีกิมแดง (ตะวันออก), หญ้าขัดใบมน, บ้วยเน็กเช้า (จีน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Sida rhombifolia Linn.

 

2. หญ้าขัด, ยุงปัด (เหนือ), ยุงกวาด, หญ้าขัดใบยาว, เน่าะเค๊ะ, นาคุ้ยหมี (แม่ฮ่องสอน), ลำมะเท็ง (ศรีราชา), ต้นข้าวต้ม, อีกิม, อีกิมขาว, ตังเป็งกิวจู (จีน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Sida acuta Burm.f., S. carpinifolia Linn.f.

 

3. หญ้าขัดใบป้อม, ตาลทราย(ประจวบคีรีขันธ์)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: S. cordifolia Linn.

 

4. หญ้าขัดหลวง, ขัดมอนหลวง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Sida corylifolia wall.

 

5. หญ้ายุงปัดแม่หม้าย

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Sida rhombifolia Linn var. refusa Linn.

 

เป็นต้นไม้ขนาดเล็กจำพวกหญ้า ต้นสูงประมาณ 3 ฟุต บางชนิดสูงไม่ถึงฟุต ลำต้นขนาดเท่านิ้วมือ เปลือกบางคล้ายปอ ผิวสีขาว แดง และแดงคล้ำ ตามแต่สายพันธุ์

ที่นิยมใช้ทำยา เป็นชนิดต้นเตี้ย ใบรูปไข่กลม ขอบใบจัก โตราว 1 ซม. และชนิดใบมนขอบใบจัก ปลายแหลม โตประมาณ 2 ซม. ลำต้นและก้านสีแดงหรือม่วง ดอกเล็กสีเหลือง

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่รกร้างริมทางทั่วไป

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ราก รสเผ็ดฝาด แก้ตัวร้อน ขับพิษร้อนภายใน ขับพิษไข้หัวให้เม็ดซ่านออกมาจากภายใน เช่น เหือดหัด สุกใส ดำแดง ไข้รากสาด แก้พิษหลบใน แก้น้ำดีพิการ แก้อาเจียน บำรุงกำลัง ขับเสมหะ บำรุงปอด แก้เยื่อสมองอักเสบ แก้ปวดมดลูก แก้ปวดหน้าท้อง ขับเลือด และ รกหลังคลอด แก้กามตายด้าน ตำพอก แก้พิษปวดบาดแผล แก้แผลสด แก้โรคผิวหนังผื่นคัน
  • ชนิดใบเล็กยาว ต้นสีเขียว ใบรูปหอกเรียวแหลม สีเขียวอมเหลือง สูง 2-3 ฟุต ราก ช่วยดับพิษไข้ พิษกาฬ แก้พิษร้อนภายใน แก้พิษงู แก้กามจายด้าน

ขอบชะนาง

ชื่ออื่น: ขอบชะนางแดง, ขอบชะนางขาว, หนอนตายขาว, หนอนตายแดง, หญ้าหนอนตาย, หญ้ามูกมาย, ตาสียาเก้อ, ตาสีเพาะเกล (แม่ฮ่องสอน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pouzolzia pentandra Benn.

ชื่อวงศ์: URTICACEAE

เป็นพืชจำพวกหญ้าเลื้อยแผ่ไปตามดิน ยอดตั้งขึ้นสูงประมาณ 1-2 ฟุต ลำต้นเท่าธูป มี 2 ชนิด คือ ขอบชะนางแดง และขอบชะนางขาว ใบเดี่ยวออกสลับกันคนละข้าง

  • ขอบชะนางแดง ใบรูปหอกปลายแหลม หน้าใบสีเขียวอมแดง ท้องใบสีแดงคล้ำ ลำต้นสีแดงคล้ำแซมเขียว
  • ขอบชะนางขาว ใบรูปไข่ปลายแหลม สีเขียวอ่อน ลำต้นสีเขียว มีขนตามต้นและใบ

ทั้งสองชนิด ดอกช่อออกเป็นกระจุกอยู่ตามซอกใบ ขอบชะนางแดง ดอกสีแดง ขอบชะนางขาว ดอกสีเขียวอมเหลือง

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่ลุ่มชื้นและริมลำธารในป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณทั่วไป

การขายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • เมื่อนำต้นสดมาตำใส่ไว้บนปากไหปลาร้าหนอนจะตายหมด
  • ต้น รสเมาเบื่อร้อน ขับโลหิตระดู ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ แก้โรคหนองใน ขับเลือดลม กระจายโลหิต แก้ริดสีดวงผอมแห้ง ฆ่าหนอน ฆ่าแมลง แก้โรคผิวหนัง
  • ใบ รสเมาเบื่อร้อน ตำทาแก้กลาก ต้มน้ำอาบหลังคลอด แก้ปวดเมื่อย
  • เปลือกต้น รสเมาเบื่อร้อน ดับพิษในกระดูก ดับพิษในเส้นเอ็น ฆ่าพยาธิผิวหนัง แก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน

ข่อย

Siamese Rough Bush, Tooth Brush Tree

ชื่ออื่น: ส้มผ่อ (อีสาน), กักไม้ฝอย (เหนือ), ส้มพอ (เลย), ขรอย, ขันตา (ใต้), สะนาย (เขมร), ตองขะแน่ (กาญจนบุรี)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Streblus asper Lour.

ชื่อวงศ์: MORACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลืองบางเกลี้ยง สีออกเทาอมเขียว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทึบ

ใบ: ใบเดี่ยวรูปไข่ ขนาดเท่าใบพุทรา หนาสากเหมือนกระดาษทราย

ดอก: ดอกตัวผู้ดอกเป็นช่อมีก้านสั้น สีเหลืองอมเขียวออกขาว ดอกตัวเมียออกเป็นคู่ๆ ก้านยาวสีเขียว

ผล: ผลเล็กสีเขียว เมื่อสุกมีสีเหลือง เหมือนก้นกบ ผิวนั่มใส

เนื้อ: เนื้อรสหวานเมา

เมล็ด: เมล็ดแข็งกลม เท่าเมล็ดพริกไทยล่อน

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเบญจพรรณทั่วไป

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ใบ รสเมาเฝื่อน ตำผสมข้าวสารคั้นเอาน้ำดื่มครึ่งถ้วยชา ทำให้อาเจียนถอนพิษยาเบื่อยาเมา หรืออาหารแสลง ชงกับน้ำร้านดื่มระบายท้อง แก้ปวดท้องขณะมีประจำเดือน แก้ปวดเมื่อย บำรุงธาตุ ขับผายลม แก้ท้องอืดเฟ้อ
  • เปลือกต้น รสเมาฝาดขม ดับพิษในกระดูกในเส้น แก้พยาธิผิวหนัง เรื้อน มะเร็ง ดับพิษทั้งปวง แก้โรคฟัน รักษาฟันให้แข็งแรง แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด หุงเป็นน้ำมันทาหัวริดสีดวง
  • กระพี้ รสเมาฝาดขม แก้พยาธิ แก้มะเร็ง ฝนกับน้ำปูนใสทาแก้ผื่นคัน
  • เยื่อหุ้มกระพี้ รสเมาฝาดเย็น ขูดเอามาใช้ทำยาสูบแก้ริดสีดวงจมูก
  • ราก รสเมาฝาดขม รักษายาดแผล
  • เปลือกราก รสเมาขม บำรุงหัวใจ พบว่ามีสารที่มีฤทธิ์บำรุงหัวใจกว่า 30 ชนิด
  • ลูก รสเมาหวานร้อน บำรุงธาตุ แก้ลม แก้กระษัย ขับลมจุกเสียด เป็นยาอายุวัฒนะ
  • เมล็ด รสเมามันร้อน เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุเจริญอาหาร ขับผายลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้โลหิตและลม ขับลมในลำไส้

ขอนดอก

ขอนดอก

เป็นพืชวัตถุ เกิดจากเนื้อไม้ที่มีโรคภายในผุเป็นโพรงเล็กๆสีขาว กระจายไปทั่วเนื้อไม้ เรียกว่า เกิดสารลง เรานำส่วนที่สารลงมาใช้ปรุงเป็นยา

มีอยู่ 2 ชนิด คือ 1.ขอนดอกไม้พิกุล 2.ขอนดอกไม้ตะแบก

สรรพคุณ

  • รสจืดหอม แก้ลม บำรุงหัวใจ บำรุงตับปอด บำรุงทารกในครรภ์ ทำหัวใจให้ชุ่มชื้น

ขลู่

Indian Marsh Fleabane

ชื่ออื่น: หนาดวัว, หนวดงิ้ว, คลู (ใต้)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pluchea indica (Linn.) Less.,P.foliolosa DC., Coryza corymbose Roxb., C. indica Mig., Baccharis indica Linn.

ชื่อวงศ์: COMPOSITAW

เป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร

ใบ: ใบรูปไข่กลับ ปลายแหลม ขอบหยัก โดยรอบมีขนขาวๆปกคลุม ก้านสั้น

ดอก: ดอกเล็กๆเป็นกระจุกรวมกันเป็นช่อ สีขาวอมม่วง ออกตามง่ามใบ

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ชอบดินเค็มหรือกร่อย

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ใบ เมื่อนำมาผึ่งให้แห้งจะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้ง ใช้ชงดื่มแทนชา
  • ใบ รสฝาดหอมเมาเค็ม แก้ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ เป็นยาอายุวัฒนะ สมานกายนอกและภายใน แก้ไข้ ขับเหงื่อ
  • ดอก รสฝาดหอมเมาเค็ม แก้นิ่ว
  • ราก รสฝาดเมาเค็ม แก้นิ่วในไต ขับปัสสาวะ
  • ทั้งต้น รสหอมฝาดเมาเค็ม แก้นิ่วในไต ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ริดสีดวงทวาร แก้มุตกิดระดูขาว แก้ตานขโมย
  • เปลือกต้น รสเมาขื่นหอม แก้ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย ขูดเอาขนออกให้สะอาด ลอกเอาแต่เปลือก หั่นเป็นเส้นมวนสูบ แก้ริดสีดวงจมูก

 

ขมิ้นชัน

Turmeric, Curcuma, Yellow Root

ชื่ออื่น: พญาว่าน, ขมิ้นดี, ขมิ้นป่า, ขมิ้นหัว, ขมิ้นไข, ขมิ้นหยวก, ขมิ้นแดง, ตายอ, สะยอ (กะเหรี่ยง), ขี้มิ้น (ใต้, อีสาน), ขมิ้นแกง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Curcuma longa Linn., C. domestica valeton

ชื่อวงศ์: ZINGIBERACEAE

เป็นพืชจำพวกเหง้า สูง 50-70 เซนติเมตร

ใบ: ใบรูปหอกปลายแหลม กาบใบแคบมีร่องเล็กๆ สีเขียวอมน้ำตาล เมื่อถึงฤดูฝนใบจะงอกงาม แล้วแห้งไปในหน้าแล้ง

ดอก: ดอกช่อใหญ่ พุ่งมาจากเหง้าใต้ดิน สีเขียวแกมขาว ปลายช่อสีชมพูอ่อน ยอดเกสรตัวเมียสีเหลือง เนื้อในเหง้ามีสีส้ม กลิ่นฉุน

นิเวศวิทยา: เกิดในภูมิภาคเขตร้อนทั่วไป

สรรพคุณ

  • ใช้แต่งสีในแกงกะหรี่ เนย เนยแข็ง ผักดอง มัสตาร์ด เป็นต้น ทำสีย้อมผ้า เครื่องสำอาง
  • ใช้เป็นยากันบูดได้เพราะมี curcumin
  • เหง้า รสฝาดหวานเอียน แก้ไข้เพื่อดี คลั่งเพ้อ แก้ไข้เรื้อรัง ผอมเหลือง แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะและโลหิต แก้ท้องว่าง สมานแผล แก้ธาตุพิการ ขับผายลม แก้ผื่นคัน ขับกลิ่น และสิ่งสกปรกในร่างกาย คุมธาตุ หยอดตาแก้ตาบวม ตาแดง น้ำคั้นจากเหง้าสด ทาแก้แผลถลอก แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ลดการอักเสบ ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง นำมาอัดเม็ดทำเป็นยารักษาท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอ่อนแอ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง แก้บิด
  • ผงขมิ้น (นำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง) นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด
  • ขมิ้นสด (ใช้เหง้าสดล้างให้สะอาด) ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมน้ำปูนใส พอกบาดแผล และแก้เคล็ดขัดยอก เผาไฟ ตำกับน้ำปูนใส รับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด

ขยุ้มตีนหมา

ชื่ออื่น: เถาสายทองลอย (สิงห์บุรี), ผักบุ้งเล (พังงา), เพาละมูลู (ยะลา)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ipomoea pes-tigrdis Linn.

ชื่อวงศ์: CONVOLVULACEAE

เป็นไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียว ตลอดทั้งต้นคลุมด้วยขนแข็งสีขาว

ใบ: ใบเดี่ยวจักลึก 7-9 แฉก

ดอก: ดอกเหมือนรอยเท้าสุนัขออกเป็นช่อง่ามใบ สีขาว

ผล: ผลรูปไข่

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่รกร้างทั่วไป

สรรพคุณ

  • ทั้งต้น รสเฝื่อนเมา เป็นยาระงับพิษสุนัขบ้า ตำผสมกับเนยปิดหัวฝี
  • ราก รสเฝื่อนเมา แก้โรคไอเป็นเลือด
  • เมล็ด รสเฝื่อนเมา แก้โรคท้องมาน

ขมิ้นเครือ

ชื่ออื่น: ขมิ้นฤาษี, ผ้าร้ายห่อทอง, เดิมวอโกรด (เขมร)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Kreagelisia flava (Linn.) Merr.

ชื่อวงศ์: MENISPERMACEAE

เป็นไม้เถาพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ เถากลม เปลือกชุ่มน้ำ ผิวสีน้ำตาลเหลือง เนื้อสีเหลือง มีเส้นรัศมีออกโดยรอบ กลิ่นเหมือนขมิ้น

ใบ: ใบรูปหอกกว้าง ปลายเรียวแหลม เนื้อหนาสีเขียวมัน

สรรพคุณ

  • ใบ รสร้อนฝาดเฝื่อน ขับโลหิตระดูที่เสียเป็นลิ่ม เป็นก้อนให้ออกมา ขับน้ำคาวปลา
  • ดอก รสฝาดเฝื่อน แก้บิดมูกเลือด
  • เถา รสฝาดเฝื่อน แก้ดีพิการ ขับผายลม ทำให้เรอ ต้มดื่ม แก้ไข้ ร้อนใน แก้ท้องเสีย เนื่องจากอาหารไม่ย่อย
  • ราก รสฝาดเฝื่อน ขับลมอัมพฤกษ์ บำรุงน้ำเหลือง ฝนหยอดตา แก้ริดสีดวงตา แก้ตาแดง ตาแฉะ ตามัน ตาอักเสบ

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขาและป่าเบญจพรรณทั่วไป

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ไก่ไห้

ชื่ออื่น: งัวเลีย (อีสาน), กระจิก (กลาง), กระโปรงแจง (สุโขทัย), ก่อทิง (ชัยภูมิ), ไก่ไห้ (พิษณุโลก), โกโรโกโส, หนามเกาะไก่, หนามนมวัว (โคราช), งวงช้าง (อุดร), ทะลุมอิด (นครสวรรค์), หนามไก่ไห้

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Capparis flavicans Kurz.

ชื่อวงศ์: CAPPARIDACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-7 ม. กิ่งก้านสาขามาก มีหนามตามข้อ

ใบ: ใบรูปไข่

ดอก: ดอกเดี่ยว สีเหลือง ออกตามง่ามใบ ก้านชูเกสรตัวผู้ยาว สีเหลืองเขียว

ผล: ทรงกลม ตะปุ่มตะป่ะ สีส้ม เมล็ดมีเนื้อสีเหลืองหุ้ม

สรรพคุณ

  • ใบ รสจืด ขับน้ำนม
  • เนื้อไม้ รสจืด ต้มหรือดองสุราดื่ม แก้เส้นเอ็นแข็งตึง ใช้ควันสูดดม แก้วิงเวียน ศีรษะ

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะทั่วไป

กำลังช้างเผือก

ชื่ออื่น: กำลังช้างสารเถา, โนรา, กาซองวาเซอะ (ใต้), กำลังช้างสาร, พญาช้างเผือก

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Hiptage cancans Hook.f., H. benghalensis (Linn.) Kurz. MALPIGHIACEAE

เป็นไม้เถายืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 8 เมตร

ใบ: ใบเดี่ยว เว้ากลางใบลึกจนเกือบเป็นใบแฝด คล้ายใบกาหลง เนื้อใบค่อนข้างหนามีขน ขอบมีขนสีทองเป็นเส้นโดยรอบ

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณทั่วไป

สรรพคุณ

  • เนื้อไม้ รสมันร้อนขื่น บำรุงธาตุ แก้อ่อนเพลีย บำรุงโลหิต บำรุงเส้นเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ