ตองผ้า


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Sumbaviopsis albicans (Blume) J.J. Sm.

ไม้ต้น สูงถึง 27 ม.

ใบ : หูใบ กว้างประมาณ 0.4 มม. ยาวประมาณ 0.6 มม. หลุดร่วงเร็ว ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เห็นชัด ก้านใบ ยาว 1.2-11.2 ซม. โคนและปลายป่อง ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 3.2-19 ซม. ยาว 6.8-37 ซม. โคนแหลม หรือมน ปลายเรียวแหลมถึงแหลมเป็นติ่ง เนื้อบางคล้ายกระดาษ ขอบเรียบ หรือจักซี่ฟัน มีต่อม 2-3 ต่อม ที่ขอบหรือที่ปลายของซี่ฟัน ด้านบนเกือบเกลี้ยง ด้านล่างมีขนสีขาวหนาแน่น เส้นใบมี 10-12 คู่ เส้นใบนูนชัดด้านล่าง เส้นใบย่อยเป็นขั้นบันได

ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลาย หรือตามง่ามใบ ห้อยลง ช่อดอกเพศผู้เป็นช่อแบบคล้ายกระจุกแยกแขนง ยาว 16 ซม. ช่อดอกเพศเมียเป็นช่อดอกแบบช่อกระจะ ยาวถึง 38 ซม. มีช่อเดียว หรือ 2 ช่อ อยู่ด้วยกัน ดอกเพศผู้ มีถึง 3 ดอกต่อหนึ่งกระจุก ดอกสมมาตรตามแนวรัศมี ไม่มีจานฐานดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 8-11 มม. ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 2.2 ซม. กลีบเลี้ยงมี 3-5 กลีบ รูปไข่ กว้าง 2-3.2 มม. ยาว 4.2-5.8 ซม. สีน้ำตาล กลีบดอกมี 4 หรือ 5 กลีบ สีเขียงจาง เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก สีขาว ติดอยู่บนฐานดอกนูนขนาดสูง 1.4 มม. อับเรณูกว้าง 0.4-0.4 มม. สีขาวหรือสีเหลือง ดอกเพศเมีย ดอกเพศเมียมีเพียง 1 ดอก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.3 มม. ก้านดอกย่อยยาว 2.8-3.5 มม. เมื่อเป็นผลยาว 4.2 มม. กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก รังไข่มี 2 หรือ 3 ช่อง มีออวุล 1 หน่วยต่อหนึ่งช่อง มีขนสั้นหนาแน่น ก้านเกสรเพศเมียยาว 0.8-1.6 มม.

ผล : เป็นพู ผิวมีขนปุย ร่วงง่าย สีน้ำตาลสด หรือน้ำตาลดำ กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 2-3.5 ซม.

เมล็ด : สีดำ กว้าง 12-15 มม. ยาว 12-20 มม.

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

ประโยชน์ : เมล็ดกินได้

นิเวศวิทยา : พบในป่าผลัดใบ ป่าดิบ ป่ารุ่น และตามชายป่า ถึงระดับความสูง 800 ม. เขตการกระจายพันธุ์ อินเดีย พม่า เวียดนาม อินโดจีน คาบสมุทรมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

ตองแตบ


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Macaranga denticulata (Blume) Mull.Arg.

ไม้ต้น ขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นสัน มีขุยสีเทาแกมเหลืองหนาแน่นอยู่ทั่วไป

ใบ : หูใบ รูปใบหอก กว้างประมาณ 2 มม. ยาว 1-6 มม. ตั้งตรง หลุดร่วงง่าย ก้านใบ ยาว 5-11 ซม. เล็กเรียว กลม ที่ปลายงอ ใบเดี่ยว เวียนสลับ รูปสามเหลี่ยม กว้าง 13 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม บางทีพบเรียวแหลม มีก้านใบติดลึกจากโคนใบ 1 ซม. มีต่อมเล็กๆเห็นไม่ชัดอยู่หลายต่อมตรงรอยต่อก้านใบ โคนตัดกว้าง หรือกลมเล็กน้อย ขอบเรียบ เนื้อเป็นหนังบาง ตามเส้นใบด้านล่างมีขุย หรือขนสั้นนุ่ม แล้วต่อไปเกลี้ยง เส้นใบตรงและขนานกัน มี 3 เส้นออกจากโคนใบ

ดอก : ช่อดอก ออกตามง่ามใบ หรือเหนือง่ามใบแล็กน้อย ดอก เรียงระยะห่างเท่าๆกันใน 1 กลุ่ม หรือเหนือง่ามใบเล็กน้อย ขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 มม. เมื่อแก่จะไม่ติดกัน ใบประดับย่อยคล้ายใบประดับมีขนาดเล็ก จะสั้นกว่าช่อดอก ช่อดอกเพศผู้ เป็นช่อเล็กๆ หลายช่อซ้อนกันแน่นืขนาดกว้างยาวประมาณ 9 ซม. กิ่งจะถ่างมาก กิ่งที่แตกใบกิ่งสุดท้ายยาว 1 ซม. คล้ายเส้นด้าย ใบประดับเล็กมาก มองเห็นไม่ชัด ขนาดประมาณ 1 มม. กลม ด้านนอกมีขุย ติดแน่น ตั้งตรง ดอกเพศผู้ กลม มีประมาณ 6 ดอกต่อหนึ่งกลุ่ม เกสรเพศผู้มีประมาณ 15 อัน อับเรณูมี 4 ช่อง ช่อดอกเพศเมีย เป็นช่อแน่น ดอกเรียงซ้อนเป็นช่อดอกเล็กๆ แบบช่อกระจะ กว้าง 3 ซม. ยาว 7 ซม. ใบประดับและใบประดับย่อยคล้ายในช่อดอกเพศผู้

ผล : ติด 1 ผล ต่อ 1 กลุ่มช่อดอก ก้านผลใหญ่ แข็ง ยาวถึง 1 ซม. ผลจักเป็นพูชัด กว้างมากกว่ายาว กว้าง 5 มม. ยาว 3 มม. เปลือกเรียบ สีน้ำตาลดำ เมื่อแห้งมีต่อมเป็นตุ่มเล็กๆสีเข้มอยู่ทั่วไป

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

ประโยชน์ : เป็นพืชปลูกป่าทดแทน

นิเวศวิทยา : พบกระจายทั่วประเทศ ขึ้นได้ถึงระดับความสูง 1,200 ม. เขตการกระจายพันธุ์ อินเดีย เนปาล พม่า ศรีลังกา จีน ลาว มาเลเซีย สุมาตรา ชวา

ตองเต๊า


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Mallotus barbatus Mull.Arg.

ไม้พุ่ม หรือไม้ต้น สูงถึง 10 ม. มีขนรูปดาวแผ่หนาแน่น และมีเกล็ดต่อมสีออกขาวอมส้มอ่อนๆ ปกคลุมหนาแน่น ใบอ่อนสีชมพู

ใบ : หูใบ รูปสามเหลี่ยมแคบ กว้าง 0.5-1 มม. ยาว 6-10 มม. ก้านใบ ติดแบบก้านใบบัว ยาว 3.2-19.5 มม. อ้วนล่ำ ใบเดี่ยว เรียงสลับ บางทีพบตรงข้าม รูปไข่ป้อม หรือค่อนข้างกลม กว้าง 7.5-30 ซม. ยาว 11-37 ซม. ปลายเรียวแหลมยาวเป็นหาง ขอบจักซี่ฟัน บางทีจักเป็นแฉกตื้นๆ 3 แฉก โคนกลม เส้นใบแบบนิ้วมือ นูนเด่นทางด้านล่าง ด้านบนค่อนข้างเกลี้ยง มีต่อมสีดำถึง 4 ต่อม ด้านล่างมีขนหนาแน่นบนเส้นใบ และมีเกล็ดต่อม

ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มักจะแตกกิ่ง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกเพศผู้ ยาวถึง 29 ซม. กิ่งด้านข้างยาวถึง 10.5 ซม. ดอกอยู่กลุ่มละ 3 ดอกต่อ 1 ช่อ ใบประดับรูปสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 0.8 มม. ยาวประมาณ 4 มม. ดอกเพศผู้ เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.8-8.5 มม. ก้านดอกย่อยยาว 3.6-5.5 มม. กลีบเลี้ยงมี 4 หรือ 5 กลีบ รูปไข่หรือรูปรี สีครีมสด หรือสีครีมอมน้ำตาล เกสรเพศผู้มีมากกว่า 50 อัน ยาว 2-3.7 มม. สีเขียวจางหรือสีเหลือง อับเรณูยาวประมาณ 0.5 มม. สีเหลืองอ่อน ดอกเพศเมีย เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 มม. สีแดงอมเหลือง ก้านดอกย่อยยาว 1.5-4 มม. เมื่อเป็นผลยาวถึง 9 มม. วงกลีบดอกมี 4-5 พู รังไข่มี 4 อัน ปลายแบน ยอดเกสรเพศเมียยาว 4.5-6 มม.

ผล : เป็นพู แห้งแตก กว้าง 16-19 มม. ยาว 18-21 มม. มีขนรูปดาว สีน้ำตาลอ่อน มีหนามแกนผลยาว 6-9 มม.

เมล็ด : สีดำ มีช่องละหนึ่งเมล็ด กว้าง 3.5-4 มม. ยาว 5-5.6 มม.

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใบตำรวมกับพริกไทยดำ ขิง และข้าวหัก พอกที่ท้องแก้ท้องอืด

ช้าสาน


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Paracroton pendulus (Hassk.) Miq.

ไม้ต้น สูงถึง 20 ม. เส้นรอบวงยาว 25 ซม. เปลือกเรียบ สีน้ำตาลปนเทา ขนรูปดาว เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.2 มม. มีรัศมี 8-15 เส้น มีขนนุ่ม

ใบ : หูใบ เป็นคู่ คล้ายต่อมกลมเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม. ก้านใบ ยาว 3-16 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 7-17 ซม. ยาว 16-46 ซม. เนื้อบางคล้ายกระดาษ โคนมนหรือแหลมเล็กน้อย ปลายเรียวแหลม ขอบจักเป็นฟันเลื่อย แต่ละซี่ฟันห่างกัน 5-15 มม. มีขนสั้นนุ่มบนเส้นกลางใบและเส้นใบชัดเจน นอกนั้นมีขนนุ่มประปราย ที่โคนด้านบนมีต่อมกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม. บางครั้งไม่พบ ด้านล่างสีสดกว่า เส้นใบเห็นชัดเจน มี 17-19คู่ โค้งไปจรดแต่ละซี่ฟัน เส้นใบคู่ล่างจะแตกต่างกันไป มักจะออกจากขอบใบที่โคน

ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลายยอดหรือเกือบปลายยอด ยาว 20-40 ซม. มีแกนช่อยาว แต่ดอกจะออกเป็นกลุ่มเล็กๆบนกิ่งที่แตกออกด้านข้าง ช่อจะห้อยลง กิ่งด้านข้างยาว 1-2 ซม. ที่โคน ดอกจะอยู่ห่างๆ แต่ที่ปลายดอกจะหนาแน่นกว่า มีขนสั้นนุ่มชัดเจน ดอกสีออกเหลือง ใบประดับของกิ่งด้านข้างยาว 3 มม. รูปแถบ พบบ่อยที่ไม่มี แต่มักจะมีต่อมที่ค่อนข้างกลมอยู่ 1 คู่ ส่วนใบประดับที่อยู่บนกิ่งด้านข้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ไม่มีต่อม ยาวประมาณ 2 มม. แต่ละใบรองรับดอกหลายดอก ดอกสมมาตรตามรัศมีแนวนอน มีก้านดอก ด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 2-3 มม. กลีบเลี้ยงกว้างประมาณ 2.5 มม. ยาว 3-4 มม. ด้านบนมีรยางค์เล็กๆ กลีบดอกกว้างประมาณ 2.5 มม. ยาวประมาณ 5 มม. จานฐานดอกเปํนพู มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศเมีย กลีบดลี้ยงกว้าง 2.5-3.5 มม. ยาว 3-5 มม. ในผลจะมีปุ่มรยางค์ด้านบน กลีบดอกใหญ่กว้างประมาณ 2 มม. ยาวประมาณ 4 มม. เกลี้ยง หลุดร่วงง่าย รังไข่มี 3 ช่อง มีออวุล 1 หน่วยต่อ 1 ช่อง ยอกเกสรเพศเมียมี 3 แต่ละอันที่ปลายแตกออกเป็น 2 แฉก

ผล : มี 3 พู ก้านผลยาว 10-15 มม. ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 21-22 มม. มีขนสั้นนุ่มหนาแน่น สีออกน้ำตาล

เมล็ด : รูปรีกว้าง แบน กว้างประมาณ 12 มม. ยาวประมาณ 15 มม. สีน้ำตาลมีแต้มสีเข้มกว่า

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

สรรพคุณทางสมุนไพร : ยางสีแดงทำให้ระคายเคืองผิวหนัง เมื่อถูกจะปวด เนื้อไม้ทำประโยชน์ในซาบาห์ใช้เป็นพืชสมุนไร

นิเวศวิทยา : พบในป่าดิบและป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง 25-200 ม. ออกดอกเดือนมีนาคม-มิถุนายน ตุลาคม ธันว่าคม ติดผลเดือนพฤษภาคม มิถุนายม สิงหาคม พบที่ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล สงขลา นราธิวาส เขตการกระจายพันธุ์ คาบสมุทรมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาะชวา เกาะบอร์เนียว ฟิลิฟฟินส์ ศรีลังกะและอินเดีย

จำปูนิง


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Baccaurea minor Hook.f.

ไม้ต้น สูงถึง 35 ม. ตามกิ่งก้านขนเกือบเกลี้ยง

ใบ : หูใบ กว้าง 0.5-1.5 มม. ยาว 1-4 มม. ก้านใบ ยาว 7-35 มม. ใบเดี่ยว รูปไข่ บางทีพบรูปไข่กลับ กว้าง 1.6-8.5 ซม. ยาว 3.5-16.3 ซม. เนื้อบาง โคนสอบแคบ บางทีพบโคนกลม ด้านล่างมีต่อมรูปจาน เส้นใบออกจากเว้นกลางใบข้างละ 4-8 เส้น

ดอก : ช่อดอกเพศผู้ ออกตามง่ามใบ หรือใต้ก้านใบเล็กน้อย มี 1-3 ช่ออยู่ด้วยกัน ช่อยาวถึง 5 ซม. ใบประดับยาวประมาณ 4.5 มม. และมีใบประดับย่อย ดอกเพศผู้ เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-2 มม. ดอกอัดแน่นที่ปลายก้าน สีเหลืองอมเขียวหรือสีเหลือง บางทีพบมีสีชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ บางทีพบมี 5กลีบ เกสรเพศผู้มี 4 อัน อับเรณูขนาด 0.1-0.2 มม. ช่อดอกเพศเมีย ออกตามกิ่ง มี 1-4 ช่ออยู่ด้วยกัน ช่อยาวถึง 28 ซม. ดอกเพศเมีย เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-8 มม. สีเขียว ก้านดอกย่อยยาว 2-2.5 มม. กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปไข่หรือรูปไข่กลับ แต่ละกลีบมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน พบน้อยที่มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน รังไข่มี 3 ช่อง ไม่มีก้านเกสรเพศเมีย หรือพบยาว 3 มม. ยอดเกสรเพศเมียยาวประมาณ 0.8-1.4 มม. เป็นพู

ผล : กลม นุ่ม กว้าง 10-15 มม. สีส้มหรือขาวอมเหลือง แตกตามรอยตะเข็บ หรือแตกตรงกลางพู มีขนหนาแน่น

เมล็ด : กว้าง 5.4-8.3 มม. ยาว 5.9-9.5 มม. หนา 0.1-0.3 มม. เนื้อหุ้มเมล็ดขุ่น

ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

ประโยชน์ : เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน เนื้อหุ้มเมล็ดกินได้ มีรสขมอมเปรี้ยว

นิเวศวิทยา : พบขึ้นในป่าดิบทั้งที่เป็นป่าเดิมและป่ารุ่น ป่าไผ่ ตามมสัน หรือเนินเขาที่ระดับความสูง 1,200 ม. ออกดอกเดือนมีนาคม-กันยายน และเป็นผลเดือนกรกฎาคม-มกราคม พบที่ ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส เขตการกระจายพันธุ์ ในคาบสมุทรมาเลเซีย สุมาตราและบอร์เนียว