ขี้ครอก

ชื่ออื่น: ขมงดง, หญ้าผมยุ่ง, ปะเท้า (แม่ฮ่องสอน), ปอเส็ง, เส้ง (ใต้), ปูลุ (มลายู), ขี้หมู (โคราช)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Urena lobata Linn.

ชื่อวงศ์: MALVACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-5 ฟุต ใบเดี่ยวรูปหัวใจริมจักเว้าแฉกลึก คล้ายใบมะระมีขน ต้นที่ใบแฉกลึก เรียกว่า ขี้ครอกตัวผู้ ต้นที่ใบแฉกตื้น เรียก ขี้ครอกตัวเมีย ดอกสีแดงแกมขาว ลูกกลมเป็นหนามเหนียว

นิเวศวิทยา: ขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า ตามป่าละเมาะทั่วไป

สรรพคุณ

  • ใบ รสขื่น ต้มจิบแก้ไอ ขับเสมหะ
  • ราก รสเย็น ถอนพิษไข้ แก้พิษร้อน
  • ทั้งห้า รสขมเย็น ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ

ขลู่

Indian Marsh Fleabane

ชื่ออื่น: หนาดวัว, หนวดงิ้ว, คลู (ใต้)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pluchea indica (Linn.) Less.,P.foliolosa DC., Coryza corymbose Roxb., C. indica Mig., Baccharis indica Linn.

ชื่อวงศ์: COMPOSITAW

เป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร

ใบ: ใบรูปไข่กลับ ปลายแหลม ขอบหยัก โดยรอบมีขนขาวๆปกคลุม ก้านสั้น

ดอก: ดอกเล็กๆเป็นกระจุกรวมกันเป็นช่อ สีขาวอมม่วง ออกตามง่ามใบ

นิเวศวิทยา: เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ชอบดินเค็มหรือกร่อย

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ใบ เมื่อนำมาผึ่งให้แห้งจะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้ง ใช้ชงดื่มแทนชา
  • ใบ รสฝาดหอมเมาเค็ม แก้ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ เป็นยาอายุวัฒนะ สมานกายนอกและภายใน แก้ไข้ ขับเหงื่อ
  • ดอก รสฝาดหอมเมาเค็ม แก้นิ่ว
  • ราก รสฝาดเมาเค็ม แก้นิ่วในไต ขับปัสสาวะ
  • ทั้งต้น รสหอมฝาดเมาเค็ม แก้นิ่วในไต ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ริดสีดวงทวาร แก้มุตกิดระดูขาว แก้ตานขโมย
  • เปลือกต้น รสเมาขื่นหอม แก้ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย ขูดเอาขนออกให้สะอาด ลอกเอาแต่เปลือก หั่นเป็นเส้นมวนสูบ แก้ริดสีดวงจมูก

 

ไก่ไห้

ชื่ออื่น: งัวเลีย (อีสาน), กระจิก (กลาง), กระโปรงแจง (สุโขทัย), ก่อทิง (ชัยภูมิ), ไก่ไห้ (พิษณุโลก), โกโรโกโส, หนามเกาะไก่, หนามนมวัว (โคราช), งวงช้าง (อุดร), ทะลุมอิด (นครสวรรค์), หนามไก่ไห้

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Capparis flavicans Kurz.

ชื่อวงศ์: CAPPARIDACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-7 ม. กิ่งก้านสาขามาก มีหนามตามข้อ

ใบ: ใบรูปไข่

ดอก: ดอกเดี่ยว สีเหลือง ออกตามง่ามใบ ก้านชูเกสรตัวผู้ยาว สีเหลืองเขียว

ผล: ทรงกลม ตะปุ่มตะป่ะ สีส้ม เมล็ดมีเนื้อสีเหลืองหุ้ม

สรรพคุณ

  • ใบ รสจืด ขับน้ำนม
  • เนื้อไม้ รสจืด ต้มหรือดองสุราดื่ม แก้เส้นเอ็นแข็งตึง ใช้ควันสูดดม แก้วิงเวียน ศีรษะ

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะทั่วไป

โกฐน้ำเต้า

Rhubarb

ชื่ออื่น: ตั้วอึ้ง (จีน)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Rheum palmatum Linn. POLYGONACEAE

เป็นไม้พุ่ม ใบดกหนาเป็นแฉกคล้ายใบองุ่น ต้นสูง 3 เมตร ใช้รากของต้นที่มีอายุ 3 ปี นำมาปลอกเปลือกผึ่งให้แห้ง เรียกว่า โกฐน้ำเต้า ขึ้นในประเทศจีน อินเดีย ธิเบต และรัสเซีย

สรรพคุณ

  • รสฝาดมันสุขุม บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย ระบายท้อง รู้ถ่ายรู้ปิดเอง แก้ท้องเสีย ขับลมในลำไส้ ขับปัสสาวะและอุจจาระให้เดินทางสะดวก แก้ตาเจ็บ แก้ริดสีดวงทวาร เป็นยาระบายที่ดี ไม่มีฤทธิ์ระคายเคืองลำไส้ และยังช่วยสมานลำไส้ได้อีกด้วย

กาสามปีก

ชื่ออื่น: กาสามปีกเล็ก, ลิ่นต้น (กลาง), เกล็ดปลาช่อน (สระบุรี), เกล็ดลิ่น (ใต้), หญ้าสองปล้อง, เกล็ดลิ่นใหญ่ (โคราช)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Phyllodium (Benth.) Desv.

ชื่อวงศ์: FABACEAE

เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2-3 ฟุต

ใบ: ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบรูปหอกเรียว ปลายแหลมเหมือนใบถั่วแระ กว้าง 2-3 นิ้ว ยาว 4-5 นิ้ว

ดอก: ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ง่ามใบ ใบประดับคล้ายเกล็ดปลา ทางกลมมนเล็กๆ 2 ใบ ประกบไว้กางออกตั้งฉากกับก้านตรงข้ามกัน เนื้อบางสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาวคล้ายดอกถั่ว

ผล: เป็นฝักแบนเล็กๆยาวคอดเป็นข้อๆ

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเขา

สรรพคุณ:

  • ใบ รสจืด ต้มดื่มแก้ไอ แก้ไขปัสสาวะพิการ ไข้จับสั่น
  • ราก รสจืดเฝื่อน ตำพอกแก้ปวด แก้เคล็ดบวม

การะเกด

ชื่ออื่น: ลำเจียกหนู

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pandanus veriegatus Miq.

ชื่อวงศ์: PANDANACEAE

เป็นไม้จำพวกต้นเตย, ลำเจียก,

ลำต้น: ขึ้นอยู่ริมลำธาร สูง 4-5 ฟุต

ใบ: ใบยาวคล้ายใบสับปะรด แต่ร่องกลางใบเป็นเหลี่ยม ริมมีหนามเล็กๆตลอดใบ

ดอก: ดอกช่อ มีกลีบห่อซ้อนกัน รูปคล้ายฝักข้าวโพดที่ยังไม่ได้แกะเปลือกออก กลีบและเกสรสีขาว กลิ่นหอมเย็น ออกตามโคนใบ

สรรพคุณทางสมุนไพร

  • ดอก รสหอมสุขุม (ขมหอม) แก้โรคในอก เจ็บอก บำรุงหัวใจ แก้เสมหะ บำรุงธาตุ

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ดและแยกหน่อ

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขาและป่าเบญจพรรณทั่วไป

กะเพราป่า

ชื่ออื่น: กะเพราใหญ่, กะเพราญวน, จันทน์ขาว, จันน้อย (เหนือ), ยี่หร่า (ปราจีนบุรี), เนียมต้น, โหระพาช้าง (ใต้), จันขี้ไก่

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ocimum gratissimum Linn

ชื่อวงศ์: LABIATAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก

ต้นและใบ: ต้นและใบเหมือนกะเพราบ้าน แต่โตกว่า ใลเดี่ยวคล้ายใบตำแยตัวเมีย ใบและต้นสีเขียว ใช้ปรุงอาหารได้เหมือนกะเพราบ้านด้วย

ดอก: ดอกช่อสีเขียว เรียงกันเป็นชั้นถี่ๆ ตั้งชูเหนือต้น

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ทั้งต้น รสเผ็ดปร่าหอม บำรุงธาตุ ขับโลหิตให้เดินทั่วกาย แก้ลมพิษ แก้อาเจียน แก้เสมหะและลมเป็นพิษ แก้ปวดท้อง ขับลมลำไส้

การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าดงดิบเขา และที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป

กระบือเจ็ดตัว

ชื่ออื่น: บัวลา (เหนือ), กระทู้เจ็ดแบก, ใบท้องแดง, กระเบือ (โคราช), กำลังกระบือ, ลิ้นกระบือ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Excoecaria cochinchinensis Lour.

ชื่อวงศ์: EUPHORBIACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม

ต้น: ต้นสูงประมาณ 4-5 ฟุต

ใบ: คล้ายใบพิกุล หน้าใบสีเขียว เป้นมัน ท้องใบสังแดงเข้ม

ดอก: ดอกเล็กสีเหลือง ออกเป็นช่อ

สรรพคุณทางสมุนไพร:

  • ใบ รสร้อนเฝื่อนขื่น ตำผสมเหล้าขาวคั้นเอาน้ำดื่ม แก้สันนิบาตหน้าเพลิง ขับโลหิตร้าย แก้สันนิบาตเลือด ขับน้ำคาวปลาหลังการคลอด แก้อักเสบบริเวณปากมดลูก

การขยายพันธุ์: ปักชำหรือกิ่งตอน

นิเวศวิทยา: ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ทุกภาค

 

ผักชีช้าง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Artemisia sp.

วงศ์ : Asparagaceae

เป็นไม้พุ่ม อายุสั้น ต้นสูงประมาณ 80 ซม. ทุกส่วนเมื่อขยี้มีกลิ่นหอม

ใบ : เป็นเส้นฝอย ออกเวียนรอบกิ่ง

ดอก : ช่อดอกออกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ

ประโยชน์ : ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ หรืออาหารรสจัดต่าง ๆ ช่วยดับกลิ่นคาว

สรรพคุณทางสมุนไพร : รากนำมาต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน น้ำต้มจากใบใช้อาบแก้ซางเด็ก พืชสกุลนี้ส่วนมากใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทย เช่น โกฐฐุฬาลำพาหรือชิงฮาว (A.annua L.) และผักเหี่ยหรือโกฐฐุฬาลำพาจีน (A. vulgaris L.)

การขยายพันธุ์ : ผักชีช้างชอบดินชุ่มชื้น มีน้ำขังเล็กน้อย แสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งหรือเพาะเมล็ด สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้

นิเวศวิทยา : กระจายพันธุ์ในประเทศเขตหนาว

เนียมหูเสือ


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.

ชื่อวงศ์ : LAMIACEAE (LABIATAE)

เป็นไม้พุ่ม อายุหลายปี สูงประมาณ 30 ซม. ทุกส่วนอวบน้ำ เมื่อขยี้มีกลิ่นหอม และมีขนนุ่มปกคลุม

ใบ : รูปไข่ป้อม ออกตรงข้ามกัน ขอบใบจักฟันเลื่อย

ดอก : ช่อดอกออกที่ปลายยอด ชูตั้งขึ้น ดอกสีขาวอมม่วง ขนาดเล็ก โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด เมล็ดกลม สีน้ำตาลคล้ำ แต่ละผลมี 4 เมล็ด

ประโยชน์ : ยอดอ่อนกินสดกับซุบหน่อไม้ แจ่ว ลาบ ก้อย ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี และให้ฟอสฟอรัสสูง หรือใส่ในแกงจืดหมูสับก็อร่อยได้

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใบนำมาต้มน้ำดื่มแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับน้ำคาวปลาให้หญิงหลังคลอด หรือคั้นน้ำใช้หยอดหูแก้หูหนวก ทาท้องเด็กแก้ปวดท้อง หรือนำใบมาขยี้สำหรับปิดแผลห้ามเลือด หรือผสมกับน้ำตาลกินเป็นยาขับลม แก้ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ไข้เรื้อรัง หอบหืด และโรคลมชัก หรือนำมาพอกศีรษะแก้ปวด ลดไข้ หรือดมดับกลิ่นปาก และด้วยใบนุ่ม ๆ ที่สวยงามมีกลิ่นหอม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก

การขยายพันธุ์ : เนียมหูเสือเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินชุ่มชื้น ระบายน้ำดี แสงแดดครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง
นิเวศวิทยา : ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเขตร้อนและทางตอนใต้ของแอฟริกา