อยากปลูกต้นไม้แต่มีพื้นที่จำกัด

ปลูกต้นไม้บนอาคาร

บทความนี้เอาใจผู้รักในการปลูกดูแลต้นไม้ แต่เนื้อที่มีจำกัดและยังตัดสินใจไม่ได้ในการเลือกสรรค์พันธุ์ไม้ชนิดใดมาปลูกดี หรือควรจะปลูกต้นไม้อะไรให้เหมาะสมกับพื้นที่เฉพาะที่อยู่อาศัยบนอาคาร ตึกสูง ระเบียงหอพัก วันนี้เรามีพันธุ์ไม้ทางเลือกสำหรับผู้รักต้นไม้ อยากเห็นความสวยงามของต้นไม้จากการดูแลของเรามีต้นไม้ชนิดใดบางเหมาะแก่การปลูกเรามาดูกัน

กระบองเพชร

1. กระบองเพชร เป็นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกและดูแลรักษาง่าย เป็นพืชที่ทนแดดทนแล้งได้ดี ต้นกระบองเพชรมีหลากหลายพันธุ์ให้เลือกปลูก แล้วแต่ท่านใดชื่นชอบหรือตามแต่โอกาสเลือกสรรค์ ไม้ชนิดนี้มีลักษณะอวบน้ำ ใบหนา วิธีการรดน้ำ ควรลดน้ำให้โชกถึงราก และรดครั้งต่อไปเมื่อผิวดินเร่ิมแห้ง ข้อควรระวังไม่ควรลดน้ำจนน้ำขังหรือดินแฉะ อาจจะทำให้ต้นเน่าได้ การให้ปุ๋ย ควรใส่ทุก 3-6 เดือน ให้ระวังไม่ควรใส่มากเดินไปอาจจะทำให้ตายได้ บางสายพันธุ์อาจจะไม่ต้องใส่ปุ๋ยเนื่องจากการตัวรากจะไม่ดูดซึมอาหาร

คุณนายตื่นสาย

2. คุณนายตื่นสาย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบไม้ดอกที่ขึ้นง่าย ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย ทนแล้ง ชอบแสงแดด การวางกระถางจึงสามารถวางไว้ที่แสงแดดตลอดเวลาได้ ควรลดน้ำวันละครั้ง ระวังอยากให้น้ำขัง การใส่ปุ๋ยให้ใส่ปุ๋ยเร่งดอกสูตร 16-10-0 หรือ 18-46-0 เท่านี้ท่านก็จะได้ชื่นชนความงามของดอกไม้คุณนายตื่นสายบนพื้นที่ในห้องส่วนตัวของเรา

พรมญี่ปุ่น

3. พรมญี่ปุ่น เป็นพืชที่สามารถปลูกในที่ร่มได้ เหมาะสำหรับที่พักที่มีแสงน้อย พรมญี่ปุ่นเป็นไม้คลุมดิน สีดอกไม้สวยงามมาก มีหลากหลายสายพันธุ์เป็นที่นิยมในการเลี้ยงเป็นอย่างมาก การเลี้ยงดูแลรักษาไม่ยาก นิสัยพืชชนิดนี้ชอบดินชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขังและชื้นแฉะ การขยายพันธุ์ใช้วิธีปักชำ

 

ภาพจาก hor2u.com

ขี้ครอก

ชื่ออื่น: ขมงดง, หญ้าผมยุ่ง, ปะเท้า (แม่ฮ่องสอน), ปอเส็ง, เส้ง (ใต้), ปูลุ (มลายู), ขี้หมู (โคราช)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Urena lobata Linn.

ชื่อวงศ์: MALVACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-5 ฟุต ใบเดี่ยวรูปหัวใจริมจักเว้าแฉกลึก คล้ายใบมะระมีขน ต้นที่ใบแฉกลึก เรียกว่า ขี้ครอกตัวผู้ ต้นที่ใบแฉกตื้น เรียก ขี้ครอกตัวเมีย ดอกสีแดงแกมขาว ลูกกลมเป็นหนามเหนียว

นิเวศวิทยา: ขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า ตามป่าละเมาะทั่วไป

สรรพคุณ

  • ใบ รสขื่น ต้มจิบแก้ไอ ขับเสมหะ
  • ราก รสเย็น ถอนพิษไข้ แก้พิษร้อน
  • ทั้งห้า รสขมเย็น ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ

ขี้กาแดง

ชื่ออื่น: แตงโมป่า (กาญจนบุรี), มะกาดิน (ชลบุรี), กายิงอ (มลายู)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Gymnopetalum integrifolim Kurtz, Trichosanthes tricuspidata Lour

ชื่อวงศ์: CUCURBITACEAE

เป็นไม้เถาพาดพันตามต้นไม้อื่น

ใบและเถา: ใบและเถาคล้ายเถาฟักข้าว ใบเดี่ยวรูปไข่ เกือบกลม 5 เหลี่ยม หรือแฉกลึก 5 แฉก โคนเว้ารูปหัวใจค่อนข้างเรียบ ปลายแหลมผิวหยาบสากด้านล่างมีขน ยาวประมาณ 4 นิ้ว แถามีมือจับ

ดอก: ดอกเพศผู้เพศเมียแยกจากกัน ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาวประมาณ 10-20 ซม. ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ซานดอกเป็นหลอดยาว กลีบรูปไข่กลับปลายแหลมสีขาว

ผล: ผลกลมรี เมื่อสุกสีแดง เมื่อแห้งเนื้อโปร่งเหมือนฟองน้ำ

นอเวศวิทยา: เกิดตามป่าทั่วไป

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ใบ รสขม ตำพอกฝี ทาแก้โรคผิวหนังอักเสบ ตำคั้นเอาน้ำให้เด็กกิน แก้ท้องเสีย
  • หัว รสขม บำรุงหัวใจ แก้ม้ามย้อย ตับโต หรืออวัยวะในช่องท้องบวมโต
  • ราก รสขม บำรุงน้ำดี แก้ไข้ ดับพิษไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้จุกเสียด บดทา ฝีฝักบัว แก้ตับโต ม้ามย้อย อวัยวะในช่องท้องบวมโต
  • ลูก รสขม บำรุงน้ำดี แก้พิษเสมหะและโลหิต ถ่ายพิษเสมหะให้ตก แก้พิษตานซาง แก้ตานขโมย ขับพยาธิ เป็นยาถ่ายอย่างแรง ไข้ควันรม แก้หืด
  • ทั้งเถา รสขม ต้มอาบ แก้เม็ดผดผื่นคัน แก้ไข้หัว ไข้พิษไข้กาฬ ต้มดื่มบำรุงน้ำดี ขับเสมหะ ดับพิษ แก้ไอเป็นเลือด

ข้าว

 

Rice, Rice plant

ชื่ออื่น: ข้าวเจ้า, ข้าวสาร

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Oryza sativa Linn.

ชื่อวงศ์: GRAMINEAE

เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ็า ถ้าในตำรับยาเรียกว่า ข้าว, ข้าวสาร, ข้าวเปลือก มักหมายถึงข้าวเจ้า ถ้าจะให้ใช้ข้าวชนิดอื่นจะบอกกำกับมาด้วย ข้าวที่ใช้ทำยา มีหลายชนิด เช่น

สรรพคุณ

  • ข้าวงอก เป็นข้าวที่กำลังงอก รสหวาน แก้ไข้ร้อน แก้อ่อนเพลีย
  • ข้าวสาร เป็นข้าวที่กระเทาะเปลือกออก สมัยก่อนใช้ซ็อมมือไม่ขัดผิว รสมันหอมหวาน บำรุงร่างกาย แก้ตาฟาง แก้เหน็บชา แช่น้ำตำเป็นแป้ง พอกแก้คุณผี คุณคน แก้บวม แก้ปวด ตำผสมสุราทาแก้ลมพิษผื่นคัน
  • รวงข้าว, นมข้าว เป็นข้าวจากรวงที่ยังอ่อน เนื้อในเมล็ดเป็นน้ำ รสหวานมัน บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย
  • ข้าวเปลือก นิยมใช้ข้าวเปลือกใหม่ที่ยังมีละอองขาวติดอยู่ แก้กระษัย
  • รากข้าว นิยมเก็บจากต้นข้าวอ่อน ที่สูงประมาณ 10 นิ้ว แก้ซางขโมย
  • ซังข้าว คือ ตอของต้นข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ขับระดู
  • ข้าวตัง คือ ข้าวที่แข็งติดก้นหม้อ พอกดูดหนอง ฝี แก้พิษบาดแผล แก้ไข้
  • ข้าวตาก คือ ข้าวที่หุงสุกแล้ว นำไปตากแห้ง เอามาคั่ว แก้โลหิต ขับระดู
  • ข้าวสารข้างครก คือข้าวสารที่ตกลงข้างครกขณะตำข้าว แก้ซางเด็ก
  • ข้าวติดหน้าตะโพน คือ ข้าวที่สุกแล้วนำมาผสมขี้เถ้า ปั้นเป็นก้อนติดหน้าตะโพน แก้ตกเลือด
  • น้ำซาวข้าว คือ น้ำที่ได้จาการเอาข้าวสารเจ้ามาล้างก่อนที่จะนำไปหุง รสเย็น ใช้เป็นกระสายยา ถอนพิษผิดสำแดง แก้พิษร้อนใน พิษอักเสบ ฟกบวม แก้ผื่นคัน
  • น้ำข้าว คือ น้ำที่ได้จากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ เมื่อข้าวเริ่มแตกตัว รินเอาน้ำออก นำมารับประทานเป็นอาหารบำรุงร่างกาย แก้ตาฝ้าฟาง และใช้ทำน้ำกระสายยา

 

 

ขอนดอก

ขอนดอก

เป็นพืชวัตถุ เกิดจากเนื้อไม้ที่มีโรคภายในผุเป็นโพรงเล็กๆสีขาว กระจายไปทั่วเนื้อไม้ เรียกว่า เกิดสารลง เรานำส่วนที่สารลงมาใช้ปรุงเป็นยา

มีอยู่ 2 ชนิด คือ 1.ขอนดอกไม้พิกุล 2.ขอนดอกไม้ตะแบก

สรรพคุณ

  • รสจืดหอม แก้ลม บำรุงหัวใจ บำรุงตับปอด บำรุงทารกในครรภ์ ทำหัวใจให้ชุ่มชื้น

ขมิ้นชัน

Turmeric, Curcuma, Yellow Root

ชื่ออื่น: พญาว่าน, ขมิ้นดี, ขมิ้นป่า, ขมิ้นหัว, ขมิ้นไข, ขมิ้นหยวก, ขมิ้นแดง, ตายอ, สะยอ (กะเหรี่ยง), ขี้มิ้น (ใต้, อีสาน), ขมิ้นแกง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Curcuma longa Linn., C. domestica valeton

ชื่อวงศ์: ZINGIBERACEAE

เป็นพืชจำพวกเหง้า สูง 50-70 เซนติเมตร

ใบ: ใบรูปหอกปลายแหลม กาบใบแคบมีร่องเล็กๆ สีเขียวอมน้ำตาล เมื่อถึงฤดูฝนใบจะงอกงาม แล้วแห้งไปในหน้าแล้ง

ดอก: ดอกช่อใหญ่ พุ่งมาจากเหง้าใต้ดิน สีเขียวแกมขาว ปลายช่อสีชมพูอ่อน ยอดเกสรตัวเมียสีเหลือง เนื้อในเหง้ามีสีส้ม กลิ่นฉุน

นิเวศวิทยา: เกิดในภูมิภาคเขตร้อนทั่วไป

สรรพคุณ

  • ใช้แต่งสีในแกงกะหรี่ เนย เนยแข็ง ผักดอง มัสตาร์ด เป็นต้น ทำสีย้อมผ้า เครื่องสำอาง
  • ใช้เป็นยากันบูดได้เพราะมี curcumin
  • เหง้า รสฝาดหวานเอียน แก้ไข้เพื่อดี คลั่งเพ้อ แก้ไข้เรื้อรัง ผอมเหลือง แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะและโลหิต แก้ท้องว่าง สมานแผล แก้ธาตุพิการ ขับผายลม แก้ผื่นคัน ขับกลิ่น และสิ่งสกปรกในร่างกาย คุมธาตุ หยอดตาแก้ตาบวม ตาแดง น้ำคั้นจากเหง้าสด ทาแก้แผลถลอก แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ลดการอักเสบ ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง นำมาอัดเม็ดทำเป็นยารักษาท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอ่อนแอ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง แก้บิด
  • ผงขมิ้น (นำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง) นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด
  • ขมิ้นสด (ใช้เหง้าสดล้างให้สะอาด) ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมน้ำปูนใส พอกบาดแผล และแก้เคล็ดขัดยอก เผาไฟ ตำกับน้ำปูนใส รับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด

ไก่ไห้

ชื่ออื่น: งัวเลีย (อีสาน), กระจิก (กลาง), กระโปรงแจง (สุโขทัย), ก่อทิง (ชัยภูมิ), ไก่ไห้ (พิษณุโลก), โกโรโกโส, หนามเกาะไก่, หนามนมวัว (โคราช), งวงช้าง (อุดร), ทะลุมอิด (นครสวรรค์), หนามไก่ไห้

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Capparis flavicans Kurz.

ชื่อวงศ์: CAPPARIDACEAE

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-7 ม. กิ่งก้านสาขามาก มีหนามตามข้อ

ใบ: ใบรูปไข่

ดอก: ดอกเดี่ยว สีเหลือง ออกตามง่ามใบ ก้านชูเกสรตัวผู้ยาว สีเหลืองเขียว

ผล: ทรงกลม ตะปุ่มตะป่ะ สีส้ม เมล็ดมีเนื้อสีเหลืองหุ้ม

สรรพคุณ

  • ใบ รสจืด ขับน้ำนม
  • เนื้อไม้ รสจืด ต้มหรือดองสุราดื่ม แก้เส้นเอ็นแข็งตึง ใช้ควันสูดดม แก้วิงเวียน ศีรษะ

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

นิเวศวิทยา: เกิดตามป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะทั่วไป

กำจาย

Tripod Plant

ชื่ออื่น: หนามจาย, มะเบ๋น, หนามข้อง, ยวง, วัวทลึงใหญ่, กะจาย, ขี้แรด, ขี้คาก (แพร่), หนามแดง (ตราด), จาย (ปัตตานี)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Caesalpinia digyna Rottle. CAESALPINACEAE

เป็นไม้เถา มีหนามตามเถาและกิ่งก้านจำพวกหนามหันส้มป่อย

ใบ: ใบเหมือนใบส้มป่อย มีหนามแหลมโค้งงอเหมือนเล็บเหยี่ยวสีดำ

ดอก: ดอกช่อสีเหลือง ยาว 20-30 ซม.

นิเวศวิทยา: ขึ้นตามป่าโปร่งทั่วไป

การขยายพันธุ์: ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

  • ราก รสเผ็ดขมเบื่อเล็กน้อย ขับโลหิตระดู แก้พิษงู พิษแมลงกัดต่อย ดับพิษทั้งปวง แก้ไข้ รักษาบาดแผล แก้แผลเรื้อรังเน่าเปื่อย

โกฐกะกลิ้ง, แสลงใจ

Button Seed, Dog Button, Nux Vomica

ชื่ออื่น: โกฐกักกลิ้ง, กะจี้, เบ๊ไจ๊จี๊ (จีน), แสลงโทน, แถลง,แสงเบือ (โคราช), ว่านไฟต้น, ตูมกาแดง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Strychnos nux-vomica Linn. STRYCHINACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบกว้าง 2 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว มีเส้นตาม ยาว 3 เส้น ใบดกทึบ ออกดอกในเดือน ก.ย.-ต.ค.

เปลือกต้น: สีเหลืองอมแดง เนื้อคล้ายไม้พญามือเหล็ก

ดอก: ดอกช่อมีขนาดเล็ก

ผล: ผลกลมโตเหมือนลูกมะตูม

เมล็ด: เมล็ดกลมแบนขนาดประมาณ 1 ซม. ลักษณะคล้ายยางรถยนต์ สีเทาเหลือบขาว หรือสีสวาท เมล็ดที่แก่จัดและแห้ง เรียกว่า โกฐกะกลิ้ง Nux Vomica

นิเวศวิทยา: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไปในเขตร้อน

สรรพคุณ เป็นยาอันตราย การนำมาทำเป็นยาจะต้องฆ่าฤทธิ์เสียก่อน ตามกรรมวิธีตามหลักเภสัชกรรม

  • ใบ รสเมาเบื่อ ตำพอกแก้แผลเน่าเปื่อยเรื้อรัง
  • เมล็ด รสเมาเบื่อขมจัด บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจให้เต้นแรง แก้อัมพาต แก้อิดโรย แก้ไข้เจริญอาหาร ขับน้ำย่อย กระตุ้นประสาทส่วนกลาง บำรุงประสาท หูตาจมูก บำรุงเพศของบุรุษ บำรุงกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร ลำไส้ ให้แข็งแรง แก้โรคอันเกิดจากปากคอพิการ ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ แก้พิษงู พิษตะขาบแมลงป่อง แก้ลมกระเพื่อมในท้อง แก้คลื่นเหียน แก้ลมพานไส้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โลหิตพิการ ทำให้ตัวเย็น ขับลมในลำไส้ แก้หนองใน แก้ไตพิการ แก้เหน็บชา แก้เนื้อชา แก้กระษัย ปวดเมื่อย
  • พิษ ส่วนของต้นและเมล็ดทั้งหมด เป็นยาอันตราย ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ขาสั่น ชัก หัวใจเต้นแรง ขากรรไกรแข็งและตายได้

โกฐพุงปลา

Myrobalan Gall, Terminalia Gall

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Terminalia chebula Retz. COMBERTACEAE

เป็นพืชวัตถุ เป็นก้อนแข็งได้จากใบและยอดอ่อนของต้นเสมอไทย เป็นกระเปาะคล้ายพุงของปลา ขนาดเท่านิ้วมือ มีขั้วคล้ายขั้วดี ผิวสีน้ำตาลอมเขียว

สรรพคุณ

  • รสฝาด แก้โรคอุจจาระธาตุ ลงแดง อติสาร แก้บิดมูกเลือด