กุหลาบ (Rose)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Rosa spp. & hybrid

ไม้พุ่ม ยืนต้นขนาดเล็ก บางสายพันธุ์ก็เป็นไม้เลื้อยเถา ลำต้นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ตามลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมรอบต้น บางสายพันธุ์ก็ไม่มีหนามเลย

ใบ : ประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3-5 ใบ รูปไข่กว้าง โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก

ดอก : ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวชูโดดเด่น บางสายพันธุ์ก็ออกดอกเป็นช่ออยู่ที่ปลายยอด กลีบดอก มีทั้งชนิดเดียวและหลายชั้น ดอกหนึ่งมีกลีบประมาณ 5-15 กลีบ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย เป็นอิสระรวมกันอยู่ตรงกลางดอก มีกลีบเลี้ยงปลายแหลม 4-5 แฉกอยู่ใต้ฐานรองดอกสีเขียว ก้านดอกยาวแตกจากปลายกิ่ง มีลำต้น ดอก และใบ แตกต่างกันตามสายพันธุ์ แต่ไม่ว่าสายพันธุ์ใดเมื่อขึ้นชื่อว่าดอกกุหลาบแล้วย่อมมีกลิ่นหอมทั้งนั้น

วิธีการปลูกและดูแลรักษา : กุหลาบชอบดินร่วนซุย ควรปลูกในบริเวณที่เป็นที่โล่งแจ้ง เพราะชอบแสงแดดจัด ชอบน้ำปานกลาง แต่ไม่ค่อยทนต่อศัตรูพืช ผู้พูดจึงต้องคอยฉีดสารป้องกันกำจัดโรคใบจุดในช่วงก่อนฤดูฝน และฉีดสารป้องกันหนอนเจาะดอก คอยตัดเล็มใบเสีย สังเกตศัตรูพืช เมื่อดอกโรยจากต้นแล้วให้หมั่นตัดแต่งกิ่งบ่อยๆ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย เพียงเท่านี้กุหลาบก็จะออกดอกสวย โดดเด่น และอายุยืนหลายปี

ชื่อวงศ์ : Rosaceae

ประโยชน์ : นิยมนำกลีบดอกกุหลาบมากลั่นเป็นน้ำมันกุหลาบ โดยใช้น้ำมันกุหลาบ 1-2 หยด ผสมกับน้ำอุ่นแช่น้ำอาบ ช่วยให้นอนหลับสบาย บ้างก็นำกลีบดอกกุหลาบกับดอกมะลิลอยน้ำสะอาด เก็บในภาชนะมีฝาปิดมิดชิด 1 คืน เป็นน้ำลอยดอกมะลิ-กุหลาบ ใช้ปรุงแต่งอาหารและผสมแป้งทำขนมไทย เช่น ลอดช่องน้ำกะทิ ซ่าหริ่ม เป็นต้น บ้างก็ใช้กลีบดอกกุหลาบมาปรุงอาหาร เช่น ยำดอกกุหลาบ หรือนำมาชุปแป้งทอด รับประทานเล่นเป็นเครื่องเคยงจิ้มกับน้ำพริกก็ได้เช่นกัน

สรรพคุณทางสมุนไพร : คนไทยโบราณนิยมนำมาปรุงยาหรือประกอบอาหาร คือ กุหลาบมอญ นิยมนำกลีบดอกกุหลาบมอญผสมกับดอกมะลิและกระดังงาลอยในน้ำดื่มให้กลิ่นหอมชื่นใจ ลดความกระวนกระวาย แก่อ่อนเพลีย ตำราไทยใช้บำรุงหัวใจ ทำให้ใจเบิกบาน ขับน้ำดี ใช้เป็นยาสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รับประทานแก้หลอดลมอักเสบ เจ็บคอ กระเพาะอาหารอักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง ช่วยย่อย และทำให้เจริญอาหาร ดอกแห้งใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อ่อนเพลีย กลีบดอกแห้งใช้ผสมกับใบชา บรรจุถุงแบบชา ชงดื่มเป็นสมุนไพร มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ถ้าชอบหวานให้ผสมน้ำผึ้ง

ต้นไม้สัญลักษณ์ : กุหลาบเป็นดอกไม้ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นราชินีแห่งอุทยาน เพราะให้ดอกหลายสี หลายพันธุ์ กลิ่นหอม หนุ่มสาวต่างประเทศในแถบยุโรปถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความหมายแทนใจที่มอบให้แก่กัน ในประเทศจีนดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่บานทุกเดือนตลอดทั้งสี่ฤดู ชาวจีนจึงเรียกดอกกุหลาบว่า “ฉังชุนฮัว” แปลว่าดอกไม้ที่มีความสดชื่นตลอดกาล การปักดอกกุหลาบจึงนิยมปักในแจกันจีน ซึ่งภาษาจีนเรียกแจกันว่า “ผิง” พ้องกับคำว่า ผิงอัน ที่มีความหมายว่าร่มเย็นและสันติสุข คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกกุหลาบไว้ประจำบ้าน โดยเฉพาะทางทิศตะวันออก จำทำให้คนในบ้านเกิดความสง่างามและมีความภาคภูมิ เพราะดอกกุหลาบเวลาชูช่อเบ่งบานนั้นสวยงาม โดดเด่น

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์ได้โดยการตอน ปักชำ ทาบกิ่ง และนิยมติดตา

นิเวศวิทยา : กุหลาบเป็นพรรณไม้เก่าแก่เมื่อประมาณสามสิบล้านปีหรืออาจมากกว่านั้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณเทือกเขาคอเคซัส ดินแดนเปอร์เซียร์ หรือประเทศอิหร่านปัจจุบัน ภาษาเปอร์เซียเรียกกุหลายว่า กุล (gul) แปลว่า ดอกไม้ และในประเทศอินเดีย ภาษาฮินดีก็มีคำว่า กุล ที่มีความหมายว่า ดอกไม้ เช่นกัน และเรียกกุหลาบว่า “กุลาพ” จึงสันนิษฐานว่า กุหลาบจากเปอร์เซียคงแพร่หลายไปอินเดีย และไทยก็ได้กุหลาบมากจากอินเดียอีกมอดหนึ่ง โดยเรียกแบบไทยว่า “กุหลาบ” กุหลาบพันธุ์ดั้งเดิมที่อยู่ในไทยนั้นเป็นกุหลาบป่า มีทั้งชนิดดอกเดียวและดอกซ้อน เป็นดอกไม้ที่นิยมกันทั่วโลก จึงมีการผสมและพัฒนาสายพันธุ์มานานนับร้อยปี ปัจจุบันที่พบส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม ซึ่งมีอยู่มากกว่า 200 สายพันธุ์