กระดูกไก่ดำ


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Gendarussa vulgaris Nees.

ไม้พุ่มขนาดย่อม สูงประมาณ 3-4 ฟุต ลำต้นและกิ่ง เป็นปล้องข้อคล้ายกระดูกไก่ ลำต้นสีแดงเข้มถึงดำเกลี้ยงมัน

ใบ : รูปหอก สีเขียวเข้ม เส้นใบแดงอมดำ

ดอก : ช่อ ยาว 2-3 นิ้ว สีขาว เขียว ชมพู ผลเป็นฝักยาว 1-2 เซนติเมตร

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ประโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใบ รสเย็น แก้เลือดคั่งค้างเป็นลิ่มเป็นก้อน กระจายโลหิต แก้ปวดศีรษะ แก้หืด ไอ แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ช้ำใน แก้ปวดข้อ แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้โรคผิวหนัง

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ

พู่จอมพล (Pink Red Powder Puff, Red Head Powder Puff, Red Powder Puff)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Calliandra Haematocephala Hassk.

ชื่ออื่น พู่ชมพู

ไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูง 1-3 เมตร ทรงพุ่มโปร่ง แผ่กว้าง กิ้งก้านอ่อนลู่ เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยด่างเป็นวงสีขาวเทาทั่วทั้งต้น

ใบ : ใบประกอบแบบขนนกสองขั้นปลายคู่เรียงสลับ ใบย่อยเล็กมาก มี 5-10 คู่ ใบรูปขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ซอกใบใกล้ปลายกิ้งคล้ายดอกกระถิน มักบานพร้อมกันทั้งช่อ มีขนาดประมาณ 4-7 เซนติเมตร ดอกสีขาวหรือชมพู เกสรเพศผู้จำนานมาก โคนก้านสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นเส้นเล็กยาวสีขาวหรือสีชมพู ปลายแยกเป็น 5 แฉก ออกดอกตลอดปี แต่ดกในช่องเดือนธันวาคมถึงมีนาคม

ผล : แห้งเป็นฝักแบน กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร ยาว 4-6 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกทางด้านข้าง เมล็ดสีน้ำตาล 1 ผลมี 4-6 เมล็ด

ชื่อวงศ์ : Legumimosae-Mimosoideae.

ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประธานในพื้นที่กว้าง มุมอาคาร หรือปลูกเป็นกลุ่มเพื่อบังกำแพงหรือเป็นฉากหลังของศาลา

นิเวศวิทยา : ฮาวาย บราซิล เม็กซิโก โบลิเวีย และอเมริกาใต้

รำเพย (Yellow oleander, Lucky nut, Be-still, Trumpet flower)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Thevetia peruviana (Pers.) K.Schum.

ชื่ออื่น รำพน กระบอก กระทอก แซะศาลา แซะน่าวา ยี่โถฝรั่ง บานบุรี แซะคำลา

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1.5-3 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวเป็นพิษ

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับรอบกิ่ง รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ซอกใบปลายยอด ทยอยบาน โคนกลีบดอกเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 กลีบซ้อนเหลื่อมกัน ดอกมีหลายสี เช่น สีเหลือง ส้ม ขาว ส่งกลิ่นหอม อ่อน ๆ ออกดอกตลอดปี

ผล : เมื่อดอกโรยจะติดผล รูปทรงกลมขนาด 2.5-3 เซนติเมตร ปลายผลแบนมีรอยหยักเป็น 2 แฉก สีเขียว เมื่อแก่เป็นสีดำ มี 1-2 เมล็ด สามารถทนความแห้งได้ดี

ชื่อวงศ์ : Apocynaceae

สรรพคุณทางสมุนไพร : เปลือกใช้รักษาไข้มาลาเรียใบใช้เป็นยาถ่าย เมล็ดถ้าใช้ในปริมาณเล็กน้อยจะช่วยบำรุงหัวใจ แต่ถ้าใช้มากเป็นพิษต่อหัวใจ และยังพบสารพิษ calotoxin, thevetin A และ B, thevetoxin และ neriifolin ซึ้งมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางร่างกาย

เทียนทอง (Golden dewdrop, Sky flower, Pigeon berry)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Duranta erecta L.

ชื่ออื่น เทียนทองคำ

ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.3-0.5 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลอ่อน แตกกิ่งก้านจำนวนมากทรงพุ่มแน่นทึบ ยอดอ่อนเป็นเหลี่ยมและมีหนามแหลม

ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ ขนาดเล็ก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก สีเขียวสด ใบอ่อนสีเขียวอ่อนอมเหลืองถึงสีเหลืองทอง

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อกระจะออกที่ปลายกิ่ง ดอกสีม่วง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกบานเต็มที่ขนาด 1.5 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี

ผล : สดทรงกลม ขนาด 0.5-0.8 เซนติเมตร สีเหลือง มี 1 เมล็ดต่อผลเท่านั้น

ชื่อวงศ์ : VERBENACEAE

ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ สามารถตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ตามต้องการ แต่ถ้าไม่ตัดแต่ง ต้นอาจสูงได้มากกว่า 1 เมตร นิยมปลูกเป็นขอบแปลง ตัดแต่งเป็นรั้ว ริมถนน ทางเดิน สระว่ายน้ำ

เป็นพิษ : โปรตีนในเนื้อเมล็ดเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกต้องนม เมื่อรับประทานเข้าไปมักเกิดอาการเป็นไข้ ม่านตาขยาย ชีพจรเต้นเร็ว ชัก และตายได้ ฉะนั้นจึงควรระวังอย่าให้เด็กรับประทานเมล็ดเข้าไป แต่ถ้าไม่กัดหรือเคี้ยวเมล็กให้แตกก็ไม่เป็นอันตราย

นิเวศวิทยา : ฟลอริดาถึงบราซิล

ศรนารายณ์ (Agave, Century Plant)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Agava spp.

ไม้พุ่มแตกกอ สูง 0.5-2 เมตร ใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบต้นเป็นรัศมี

ใบ : รูปใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบมีหนามแหลม แผ่นใบหนา แข็ง

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อแตกแขนงขนาดใหญ่ สูง 6 เมตร ดอกสีเหลืองจำนวนมากและสามารถพัฒนาเป็นต้นใหม่ได้ ก้านช่อดอกขนาดใหญ่

ผล : รูปร่างกลมสีเขียว ขนาด 1-2 เซนติเมตร เมื่อออกดอกติดผลแล้วต้นแม่จะตาย ทนแล้งได้ดี

ชื่อวงศ์ : AGAVACEAE

ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

เอื้องทอง


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Sanchezia speciosa Leonard

ชื่ออื่น กนกลายไทย ม้าลาย

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.5-1 เมตร

ใบ : เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ใบสีเขียวมีลายสีเหลืองตามแนวเส้นใบ เส้นกลางใบและก้านใบที่ยอดมีสีแดงเรื่อ

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อเชิงลดออกที่ปลายยอด มีใบประดับสีแดงเรื่อ เรียงซ้อนกันภายในมีดอกสีเหลือง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบแหลม ออกดอกตลอดทั้งปี

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ประโยชน์ : เหมาะปลูกเป็นแปลงในสวนหย่อมบริเวณริมรั้วหรือใต้ต้นไม้ใหญ่

นิเวศวิทยา : เอกวาดอร์ เปรู

เข็มสามสี (Rainbow Tree)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Draceana cincta Bak. Cv. Tricolor

ไม้พุ่มขนาดกลางแตกกอ สูง 1-2 เมตร ลำต้นขนาดเล็กตั้งตรง

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรอบกิ่ง รูปแถบแคบยาวปลายแหลม แตกใบถี่ตรงส่วนยอดของลำต้น แผ่นใบมีสามสีเป็นแถบไปตามความยาวของใบ เมื่อใบแก่หลุดร่วงทำให้โคนต้นเปลือย

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อแยกแขนงออกที่ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว บานตอนกลางคืน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มักออกดอกในช่วงเดือนเมษายน

ผล : ผลสดรูปทรงกลมถึงรี สีเหลือง ส้ม หรือแดง เม็ดสีขาวถึงน้ำตาล 1 ผลมี 1-3 เมล็ด

ชื่อวงศ์ : AGAVACEAE

การขยายพันธุ์ : ถ้ารดน้ำมากเกินไป ใบจะเป็นสีน้ำตาล หากปลูกในที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน ใบจะมีสีสดใสสวยงาม นิยมปลูกเป็นกลุ่ม และไม่ควรปลูกใต้หน้าต่าง เพราะต้องตัดแต่ง ทำให้ไม่สวยงาม

นิเวศวิทยา : แอฟริกาตะวันตก

ชบา (Chinese Rose, Shoe Flower)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Hibiscus spp. and hybrid

ไม่พุ้มขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น เปลือกสีเทาปนน้ำตาล

ใบ : ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจักฟันเลื่อย

ดอก : ออกตามชอกใบใกล้ปลายกิ่ง รูปแตร มีทั้งกลีบดอกชั้นเดียวและกลีบดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี ปัจจุบันมีลูกผสมพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย

ผล : แห้งแตก รูปกลมถึงยาวแต่มักไม่ค่อยพบ

ชื่อวงศ์ : MALVACEAE

ประโยชน์ : เป็นไม้ประดับ สามารถตัดแต่งให้พุ่มเล็กหรือใหญ่ได้ตามต้องการ แต่พันธุ์ที่ใช้ทำรั้วได้ดีควรเป็น พันธุ์ดอกสีขาว ชมพู และส้ม หากตัดแต่งให้ทรงพุ่มเตี้ยมากมักไม่ค่อยออกดอก

นิเวศวิทยา : เขตร้อนขึ้น ตั้งแต่อินเดียว จีน จนถึงหมู่เกาะแปซิฟิก

ยี่โถ (Oleander, Rose Bay, Sweet Oleander)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Nerium oleander L.

ชื่ออื่น ยี่โถฝรั่ง

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1.5-2.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านจำนวนมากที่โคนต้น ทุกส่วนของต้นมียางสีขาวขุ่น กิ่งอ่อนสีเขียว เปลืองสีน้ำตาลเข้ม

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรอบกิ่ง ใบรูปแถบหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นกลางใบเด่นชัดทั้งสองด้าน

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อกระจุกเชิงประกอบออกที่ปลายกิ่ง มี 20-50 ดอกต่อช่อ มีทั้งดอกลาและดอกช้อน พันธุ์ดอกลามีหลายสี เช่น สีชมพู ขาว แดง เหลือง ส่วนพันธุ์ดอกซ้อน สีชมพูเข้ม ขนาดใหญ่กว่าพันธุ์ดอกลา ดอกบานเต็มที่ขนาด 4-5 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี

ผล : ผลแห้งเป็นฝัก เมื่อแก่แตกแนวเดียว เมล็ดแบน รูปรี มีขนละเอียดปกคลุม

ความเป็นพิษ : ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว ซึ่งเป็นพิษจำพวก Cardiotonic glucosides เช่น nerin, oleandrin มีฤทธิ์กดการหายใจ ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาพร่า มองไม่ชัด ถ้าได้รับปริมาณมากอาจเพ้อคลั่ง หัวใจเต้นอ่อนความดันโลหิตลดลง และอาจถึงตายได้

ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ประโยชน์ : เป็นไม้ประดับ เหมาะปลูกเป็นกลุ่มริมทะเล ริมถนน ทางเดิน ลานจอดรถ สวนสาธารณะ รีสอร์ท เพราะสามารถทนแล้งและทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี แต่ลำต้นยางเป็นพิษ จึงไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่น

นิเวศวิทยา : แถบเมดิเตอร์เรเนียน

ประทัดไต้หวัน (Coloradillo, Fire Bush, Scarlet Bush)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Hamelia patens Jacq.

ชื่ออื่น พวงประทัด, ประทัดฟิลิปปินส์, ประทัดทอง, ประทัดเล็ก

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1-2 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลม กิ่งก้านมีสีน้ำตาลแดงเรื่อ

ใบ : เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวอมเหลือง เป็นมัน

ดอก : ช่อดอกเป็นช่อกระจุกตามชอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีส้มอมแดง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบเล็ก ปลายแยก 4 แฉกเล็ก ๆ ออกดอกเกือบตลอดปี

ผล : ผลสดแบบมีเนื้อรูปไข่ขนาดเล็ก เมื่อแก่มีสีดำ มีเมล็ดจำนวนมาก

ชื่อวงศ์ : Rubiaceae

ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้สวน สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ดี จึงนิยมมาปลูกเป็นแนวรั้ว เกาะกลางถนน ริมทางเดิน บังกำแพง ริมสระว่ายน้ำ และริมทะเล แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง

นิเวศวิทยา : อเมริกาใต้